ลับหลังแล้วหายตัวไปจากสวนหย่อมภายในพริบตา ราวกับเป็นสายลมพัดผ่าน
…
ตำหนักเจิ้งเหอ
เฟิงเทียนอวี้นั่งพิงหัวเตียง หมอหลวงที่อยู่ข้างๆ กำลังแมะชีพจรให้เขา ผ่านไปสักครู่ หมอหลวงคนนั้นยิ่งหน้านิ่วคิ้วขมวด สีหน้าอันแก่ชราเต็มไปด้วยความรู้สึกอับจนหนทาง
เมื่อเห็นสีหน้าของหมอหลวง เฟิงเทียนอวี้ก็เข้าใจได้ทันที เขายิ้มน้อยๆ “ท่านหมอหลิว ข้ารู้สภาพร่างกายของข้าดี เดี๋ยวท่านเอาผลจางหงกั่วมาให้ข้าแล้วก็ออกไปได้”
ท่านหมอหลิวคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้จนพูดไม่เป็นคำ “ฝ่าบาท พระองค์จะเสวยผลจางหงกั่วไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ ถึงมันจะช่วยให้พระองค์รู้สึกดีขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ แต่ผ่านไปไม่กี่วัน พระอาการจะยิ่งหนักกว่าเดิมพ่ะย่ะค่ะ”
เฟิงเทียนอวี้ขมวดคิ้ว น้ำเสียงราบเรียบ “ช่างมันเถอะ เพื่อนางแล้วถ้าข้าอยู่ได้วันหนึ่ง ข้าก็จะอยู่ ถ้าคนข้างนอกรู้ว่าข้าป่วย จะเป็นภัยอันตรายกับแคว้นหลิวอวิ๋น ข้าไม่อยาก…ให้ชิงเอ๋อร์ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย”
หลายปีมานี้ สุขภาพของเขาแย่ลงทุกวัน เรื่องนี้เขารู้ดี
คนทั้งหลายต่างคิดว่าเขาสุขภาพแข็งแรง นั่นเป็นเพราะการกินผลจางหงกั่วต่างหาก
ถึงอย่างไร…เขาก็อยู่ต่อได้อีกไม่นาน หากประคับประคองตัวเองเพื่อทำเรื่องอะไรได้บ้าง เขาอาจแก้แค้นให้เยียนเอ๋อร์ได้บ้าง ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร เขาก็คิดว่าคุ้มค่า
“ฝ่าบาท”
ขณะนั้นเอง องครักษ์นายหนึ่งเดินเข้าประตูมา กราบทูลด้วยท่าทีนอบน้อม “ถังจือหัวหน้าทัพเลือดเห