ี่ครอบงำนางเป็นเวลาถึงสิบกว่าปีนางถูกหรงกุ้ยเฟยทำให้เสียนิสัย อาจารย์สอนฝึกตบะที่เขาส่งไปให้ล้วนถูกนางไล่ตะเพิดไปหมด ทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมานางไม่เคยฝึกฝนจริงๆ สักที ผู้คนต่างคิดว่านางเป็นพวกไม่เอาถ่านโดยกำเนิด ไม่มีใครรู้ว่า นางเฉลียวฉลาดที่พันปีจะมีสักหน เพียงแค่ไม่เคยฝึกฝนอย่างจริงจังเท่านั้นเอง“ลูกสาวของข้า ไม่ด้อยกว่าใครทั้งนั้น” ประโยคนี้ เฟิงเทียนอวี้พูดอย่างภาคภูมิใจและดีอกดีใจถังจือไม่ได้พูดอะไรอีกที่แท้องค์หญิงเป็นผู้มีพรสวรรค์มากเหลือเกิน เพียงแต่…นางไม่เคยฝึกฝนมาก่อน จึงไม่มีใครรู้“สมัยก่อนหนานเสียนกั๋วซือเคยพูดไว้ ชิงเอ๋อร์มีพรสวรรค์ที่หาได้ยาก แต่ความสามารถของนางไม่เคยถูกดึงออกมา อีกอย่างเขาเคยทำนายไว้ว่าเมื่อชิงเอ๋อร์อายุสิบหกได้พบกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด นางจึงจะโตเป็นผู้ใหญ่และคำพูดของกั๋วซือก็เป็นจริง พอชิงเอ๋อร์อายุครบสิบหกนางก็เกือบต้องจากโลกนี้ไปแล้ว เมื่อนางฟื้นขึ้นมาก็คิดอะไรได้อย่างผู้ใหญ่”หากเฟิงหรูชิงอยู่ตรงนี้ด้วย นางต้องเข้าใจว่าเหตุใดการเปลี่ยนแปลงที่หญิงใหญ่ของนางจึงไม่ถูกสงสัย เพราะมันตรงกับคำพูดที่กั๋วซือเคยทำนายไว้“ฝ่าบาท หม่อมฉันขอบังอาจทูลถาม กั๋วซือ…เป็นใครมาจากไหนหรือเพคะ”“กั๋วซือ? ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด เขาอาจเป็น…คนจากตระกูลที่มีอิทธิพลพวกนั้น แต่นี่ก็เป็นแค่การคาดเดา หลายปีก่อน เขามาที่นี่โดยไม่รู้สาเหตุ” อาจเป็นเพราะเฟิงเทียนอวี้ไว้วางใจถังจือมา