อเพิ่งมาถึงกันเหรอ” หนึ่งในนั้นยิ้มให้แบบเสแสร้ง “พวกเธอกินข้าวกันมาหรือยัง ครั้งนี้โรงแรมคิดเงินค่าบุฟเฟต์รวมไปแล้ว แต่ก็จะกินเยอะไม่ได้หรอก พวกเราเป็นไอดอลเราจะต้องรักษาหุ่นให้ดี”
ซือฝูชิงลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในห้องโดยไม่แม้แต่จะมอง “ยิ้มไม่ได้ก็ไม่ต้องยิ้ม ของปลอมมันจะหลุดออกมา”
หญิงสาวหน้าง้ำทันที “…”
“ซือฝูชิง เธอพูดอย่างนี้หมายความว่าไง” สมาชิกวงอีกคนกระแทกถุงขยะลงบนพื้นอย่างแรง “เธอคิดว่าพอตัวเองดังขึ้นหน่อยก็อวดดีอย่างนี้ได้แล้วเหรอ พี่เสวี่ยได้เป็นพรีเซนเตอร์ตั้งกี่งานแล้ว ยังไม่วางท่าเท่าเธอเลย!”
“ฉันไม่ได้ทำเป็นแค่วางท่าใหญ่โตนะแต่ยังลงไม้ลงมือเป็นด้วย” ซือฝูชิงยื่นมือออกไปตบหน้าเธอเบาๆ “ทำตัวดีๆ หน่อย”
ประตูปิดลงดังปัง
ทิ้งให้สองสาวหน้าเขียวหน้าแดง ได้แต่มองหน้ากันเอง
ในห้องพัก
เจียงฉังหนิงถอนหายใจพลันรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย “ฉันไม่น่าเป็นห่วงเธอเลยจริงๆ พอนิสัยของเธอเปิดเผยออกมาแบบนี้ จะมีใครกล้ารังแกเธออีก”
“ก็ยังมีนะ” ซือฝูชิงยืดเหยียดไหล่ตนเอง “ฉันจะไปหาเจ้านายหน่อย น่าจะกลับมาก่อนเที่ยงคืนหรือไม่ก็อาจจะไม่กลับ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เจอกันที่งานพรุ่งนี้เลย”
เจียงฉังหนิงพยักหน้าแ