ันกลับมามองเธอด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง
เผยเหยียนเองก็งุนงงไปเล็กน้อยเช่นกัน
“คุณซือใช่มั้ย ผมว่าเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณนะ” เผยซวี่ยิ้มอีกครั้ง “ข้อแรกคุณไม่ใช่คนตระกูลเผย ข้อสองคุณไม่เข้าใจเรื่องการทำธุรกิจ อีกอย่าง คุณบอกว่าเซ็นแล้วเผยเหยียนจะต้องเซ็นอย่างนั้นเหรอ คุณน่าจะ…”
คำพูดของเผยซวีหยุดชะงักลงทันที
เพราะเขาเห็นว่าเผยเหยียนหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อลงไปบนเอกสารด้วยท่าทางเด็ดขาด
ผู้เฒ่าฉีประหลาดใจมาก เขาหันไปมองซือฝูชิงด้วยแววตาครุ่นคิดพิจารณานานขึ้น
เผยเหยียนไม่ใช่คนใจร้อนและยิ่งไม่ใช่คนใช้วิธีการที่ก้าวร้าว
แต่ทำไมซือฝูชิงพูดอะไร เขาก็ทำตามทันที
หรือว่าซือฝูชิงมีจุดแข็งอะไรที่พวกเราไม่รู้!
ผู้เฒ่าฉีพยายามย้อนนึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับซือฝูชิง ท้ายที่สุดเขาก็ยังไม่พบว่ามีจุดไหนที่ควรค่าแก่การสนใจ
เขาพูดเสียงเรียบ “คนหนุ่มสาวมีความกล้าหาญก็ดีนะ แต่ลูกวัวที่เพิ่งเกิดใหม่ไม่กลัวเสือ พอเจอเสือขึ้นมาจริงๆ ก็จะถูกกินอยู่ดี”
ซือฝูชิงมองหน้าเขาแล้วเอียงศีรษะ “ฉันคงสู้คุณไม่ได้หรอก เพราะยังไงคุณก็ต้องลงหลุมไปก่อนอยู่แล้ว”
ผู้เฒ่าฉีโกรธจนตัวสั่น “เธอ เธอนี่มัน…”
“ไปล่ะ” ซือฝูชิงไม่สนใจเขาและ