ิงๆ!”
ล้อเล่นน่า รอบแรกเขาก็กลายเป็นแบบนี้แล้ว ถ้ามีรอบสองเขาจะไม่สลบจนถูกหามตัวไปโรงพยาบาลเลยเหรอ
จากนั้นซือฝูชิงถึงคลายมือออก
ซังลู่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นสามนาทีเต็มถึงค่อยๆ มีแรงขึ้นมาบ้าง
เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าซือฝูชิงแล้วโค้งคำนับให้อย่างจริงใจ เอ่ยเสียงดังว่า “คุณซือ วันหน้าผมก็คือบอดี้การ์ดของคุณครับ!”
“ฉันไม่ได้ต้องการบอดี้การ์ด” ซือฝูชิงเหลือบมองเขา “ตัวฉันเองก็เป็นบอดี้การ์ด แล้วจะมีนายไปทำไม ถ้านายไม่ได้บอกว่าจะสู้กับฉัน ฉันคงไม่มาหรอก”
คิดจะแย่งเงินเธอเหรอ!
ซังลู่เอ่ยเสียงตะกุกตะกัก “อะ…อะไรนะ”
เจียงสุ่ยหันก็แปลกใจมากเช่นกัน “คุณซือไม่ได้เป็นไอดอลหรอกเหรอ ทำไมถึงเป็นบอดี้การ์ดด้วยล่ะ”
“เฮ้อ ชีวิตคนเรามันลำบาก” ซือฝูชิงถอนหายใจเสียงเบา “เลี้ยงสัตว์ก็มีแต่ค่าใช้จ่าย ฉันเลยทำได้แค่หางานทำให้มากหน่อย”
“อย่างนั้นเองเหรอ” เจียงสุ่ยหันพยักหน้าแล้วจดจำประโยคนี้ไว้
“ถ้าไม่มีอะไรฉันไปล่ะ” ซือฝูชิงปัดไม้ปัดมือ “ว่าแต่ถ้านายอยากติดตามฉันจริงๆ ก็ได้นะ พาหมาเดินเล่นเป็นไหม”
ซังลู่ลืมเรื่องที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้นานแล้ว เขาลุกขึ้นยืนตัวตรง “เป็นครับ!”
“ได้” ซือฝูชิงตอบรับ “งั้นตอนฉันไปทำงาน น