่องให้”
**
เวลา 11: 30 น. ในวันต่อมา
ซือฝูชิงกับชวีหลิงอวิ๋นนัดเจอกันที่ร้านชาแห่งหนึ่ง
ขณะที่กำลังรอซือฝูชิง ชวีหลิงอวิ๋นเปิดดูรายการหนุ่มสาววัยใสรอไปพลางๆ
ตอนที่การแสดงเพลงเปิดรายการของเซี่ยอวี้จบ ซือฝูชิงก็มาถึงร้านพอดี
“มาถึงแล้วเหรอ” ชวีหลิงอวิ๋นวางแท็บแล็ตลง “นั่งก่อนสิ”
ซือฝูชิงนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขาอย่างไม่คิดเกรงใจ จากนั้นก็หยิบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นมากัดเข้าปาก
เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางหรี่ตาลงราวกับจิ้งจอกตัวหนึ่งที่นั่งตากแดดด้วยท่าทีเกียจคร้าน
“มิน่าวันนั้นคุณถึงถามขอชุดผู้ชายจากผม” ชวีหลิงอวิ๋นพยักหน้าไม่หยุด พูดด้วยท่าทีตกตะลึง “เด็กฝึกของคุณคนนี้มีความสามารถในการคุมเวทีดีมาก เสต็ปท่วงท่าก็แข็งแรง การแสดงออกทางสีหน้ายังเก่งมากๆ”
“แต่จะว่าไปเหมือนเขาจะเป็นแฟนคลับของอวิ๋นหลานใช่ไหม เพราะถอดแบบมาได้เหมือนเป๊ะ”
เขารู้สึกคุ้นเคยกับท่วงท่าการเต้นของเซี่ยอวี้อย่างน่าประหลาด
เพราะเขาเห็นเงาของอวิ๋นหลานซ่อนอยู่ในนั้น
ซือฝูชิงสีหน้าผงะไปเล็กน้อย จากนั้นก็ลากเสียงยาว “คง…ไม่ใช่มั้ง”
“ไม่ใช่เหรอ” เวลานี้ชวีหลิงอวิ๋นตกใจไม่น้อย “โดยพื้นฐานต้าซย่าจะแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือแฟนคลับข