งเหยียนหมดความอดทนลงนั่นเอง ในที่สุดซือฝูชิงก็กินน่องไก่จนหมด หลังจากเช็ดมือแล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นและเลิกคิ้ว “พวกคุณรู้จักกันนี่เอง มิน่าล่ะ”
สีหน้าของหลินชิงเหยียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม “ถ้ารั่วถงไม่โพสต์บนเวยปั๋ว ฉันคงไม่รู้ว่าเธอมีความขัดแย้งกับคุณ วงการบันเทิงใหญ่ขนาดนี้ ก็ต้องรู้จักใครสักคนบ้างอยู่แล้ว”
เธอจะไม่ยอมให้ซือฝูชิงรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเธออย่างแน่นอน
ซือฝูชิงยืนขึ้นอย่างช้าๆ
เธอสูงหนึ่งเมตรเจ็ดสิบ ขาเรียวยาว
ความกดดันที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้หลินชิงเหยียนซึ่งสวมรองเท้าส้นสูงแปดเซนติเมตรอดที่จะก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งไม่ได้
“ไม่ต้องตกใจ” ซือฝูชิงโยนขวดในมือเล่น “วันนี้ฉันอารมณ์ดีไม่อยากจะลงไม้ลงมือ คุณทำตัวให้ดีหน่อยจะดีกว่า
มาวุ่นวายกับฉันแล้วยังจะมีเจตนาไม่ดีอีก ใจกล้าไม่เบาเลย”
เธอดื่มโค้กอึกสุดท้ายแล้วโยนขวดพลาสติกทิ้ง
ปัง! มันลงถังขยะที่อยู่ห่างออกไปห้าเมตรพอดี
“…”
โรงอาหารเงียบกริบ
ซือฝูชิงหันกลับไปและกวาดตามองเด็กฝึกที่กำลังมองอยู่ “อีกเดี๋ยวก็จะต้องแบ่งกลุ่มแข่งกันแล้ว ยังจะยืนดูอะไรกันอยู่นี่อีก? ทำไมเหรอ หรืออยากจะร่วมด้วย”
มู่เหยี่ยกำลังคิด