ก็มีเสียงเรียกเข้าดังขึ้น
ซือฝูชิงครุ่นคิดอยู่สามวินาที ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดเสียงลงต่ำ “ฮัลโหล?”
“สหายยุทธภพช่วยด้วย!” เสียงชายที่อยู่ปลายสายดูร้อนรน “ฉันใช้ชิกิงามิ[1]หมดแล้ว พลังของฉันก็ถึงจุดต่ำสุดแล้วด้วย มีองเมียวจิจากตงซังสองสามคนกำลังวางค่ายกล เธอรีบมาช่วยฉันเลือกทางหนีหน่อย”
ซือฝูชิงหยุดชะงักไปเล็กน้อย “นายอายุเท่าไรแล้ว”
“จีสิงจือ เป็นทายาทรุ่นที่หกสิบสองของตระกูลจี อายุยี่สิบห้าปี” ท่าทางเขาได้ใจ “ฉันแก่กว่าเธอ เพราะฉะนั้นเรียกฉันว่าพี่ชายให้ฟังหน่อยสิ?”
ซือฝูชิงขึ้นเสียงสูง “ฉันว่านายกำลังคันนะ”
“พี่ เธอเป็นพี่ฉัน ฉันผิดไปแล้ว” จีสิงจือหายใจเร็วขึ้นมาทันที “เธอรีบมาช่วยฉันดูค่ายกลนี่หน่อยเถอะน้า เด็กสารเลวพวกนี้ฉวยโอกาสมาป่วนตอนที่ฉันไม่ได้สนใจ เลวทรามมากจริงๆ!”
“ได้” ซือฝูชิงสวมหูฟังและพูดช้าๆ “เห็นแก่ที่นายกำลังจะตาย ฉันจะยอมช่วยจากทางไกลละกัน ทำตามที่ฉันบอก”
ในเวลาเดียวกัน ภาพที่จีสิงจือส่งมาปรากฏขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
ภายในฉากมีสีดำสนิทและมีแสงวาบเป็นครั้งคราว
“แย่มากเลยนะเนี่ย” ดวงตาจิ้งจอกของซือฝูชิงหรี่ลง “สภาพแบบนี้ ฉันคงไม่แปลกใจหากพวกเขาเรียกขบวนผีออกมาสักร