จึงเป็นที่เข้าใจได้ยาก
“อีกอย่าง ฉันก็ให้โอกาสพวกเขาแล้วด้วย” ซือฝูชิงถอนหายใจเบาๆ ด้วยความเสียใจอย่างแรง “น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้คว้าโอกาสนั้นไว้”
เฟิ่งซานปาดเหงื่อ “คุณซือ ผมพูดผิดไปเอง สมควรแล้วที่คุณต้องสั่งสอน”
“ไปกินข้าวเย็นกันก่อน” อวี้ซีเหิงเอ่ยปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบอย่างเคย “ร้านอาหารหลินเจียง”
เฟิ่งซานรับคำและขับรถมุ่งหน้าไปทันที
ซือฝูชิงหันไปมองเขา
เธอเพิ่งจะสังเกตเห็นในตอนนั้นเองว่าเขาไม่ได้แต่งตัวหรูหรา และไม่ได้แต่งตัวน่าเบื่อแบบพวกคุณชายบ้านรวยพวกนั้น แต่เขากลับแต่งตัวธรรมดาจริงๆ โดยไม่ได้ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูหราอะไรเลย
แต่ชุดแบบตะวันตกธรรมดาๆ ที่เขาสวมใส่กลับถูกตัวเขาเองขับเน้นให้ดูเป็นของดีมีราคาเองเสียอย่างนั้น
ภายใต้แสงที่ส่องกระทบช่องว่างระหว่างปลายแขนเสื้อสะท้อนความล่อลวงที่ลานตาออกมาเล็กน้อย
ซือฝูชิงราวกับกำลังครุ่นคิด
เธอไม่เคยอยากรู้เรื่องภูมิหลังของเขามาก่อน
แต่เขาใช้แซ่อวี้ แถมยังใช้จ่ายได้อย่างมือเติบ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นคนตระกูลอวี้แห่งเมืองซื่อจิ่วเท่านั้น
เธอพอจะจำพี่สามของอวี้ถังได้รางๆ เขาใช้ของหรูหราตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
แต่ความสูงส่งของอวี้ซีเหิงน