หลังจากคำพูดนี้ถูกพูดออกมา ภายในห้องซ้อมเต้นก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
เพราะเสียงของผู้หญิงคนนี้ดังไม่น้อย ย่อมสร้างความแตกตื่นให้เด็กฝึกคนอื่นๆ ที่กำลังซ้อมเต้นอยู่เป็นธรรมดา
หลินชิงเหยียนและหลีจิ่งเฉินเองก็เดินออกมาดูด้วย
มู่เหยี่ยและลู่เยี่ยนเดินตามมาด้านหลัง จากนั้นก็มองซือฝูชิงที่ถูกห้อมล้อมอยู่ด้วยความตกใจ
พวกเขาไม่รู้จักคนเหล่านี้ แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว เห็นได้ชัดว่าซือฝูชิงคงไปสร้างความไม่พอใจให้คนที่ไม่ควรหาเรื่องด้วย เพราะกระทั่งตำรวจยังมา
“คุณครับ รบกวนไปกับเราสักครู่นะครับ” ตำรวจพยักหน้า “ตอนนี้ผู้ป่วยอาการโคม่า พวกเราเลยอยากเชิญคุณไปโรงพยาบาลเพื่อให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ”
“ตรวจสอบอะไรกันอีก” ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอม “เธอเป็นคนชนก็ต้องเอาตัวไปสิ!”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ดูกล้องวงจรปิดกันไปเลยสิ” ซือฝูชิงยังคงนั่งบนเก้าอี้นุ่มเอ่ยด้วยท่าทีไม่รีบร้อนอย่างเหนื่อยหน่าย “ตกลงฉันเป็นคนชนหรือผู้หญิงคนนั้นเป็นลมหมดสติไปเอง แค่เห็นก็รู้แล้ว”
“เธอคงรู้ตั้งแต่แรกแล้วมั้ง” พอได้ยินดังนั้น น้ำเสียงก็เย็นชาขึ้นมา “ตรงที่เธอชนพี่สาวฉันเป็นจุดที่กล้องวงจรปิดมองไม่เห็นพอดีเลยจับภาพอะไรไม่ได้สักอย่าง
แต