าลได้หรอกนะ” ซือฝูชิงกดนิ้วของเธอลงบนริมฝีปากด้วยแววตาที่ชั่วร้ายอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในยามปกติ
ในช่วงเวลาสองสามวินาทีที่จ้องหน้ากัน จู่ๆ เฟิ่งซานก็รู้สึกถึงความตึงเครียดและความกดดันแบบเดียวกับที่เขาสัมผัสได้จากอวี้ซีเหิงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากันเท่านั้น
เขาอดก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งไม่ได้ “คุณ คุณซือ?”
ซือฝูชิงคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้ง “นั่นเป็นเพราะเธอเลือดเย็นและไร้หัวใจ เธอจะช่วยชีวิตคนตอนที่กำลังจะตายเท่านั้นแหละ”
เฟิ่งซานตัวแข็งทื่อไปทันที
“อย่าได้ลืมเด็ดขาด” ซือฝูชิงพิงกรอบประตูด้วยมือข้างเดียวพร้อมกะพริบตาปริบๆ “บ๊ายบาย ซานซาน”
เฟิ่งซานเพิ่งจะได้สติหลังจากที่เขาออกจากตึกอะพาร์ตเมนต์มาแล้ว
ซานซานมาจากไหนอีกล่ะเนี่ย!
…
ส่วนทางฝั่งตระกูลจั่ว
พรุ่งนี้เป็นวันทำพิธีฝังท่านผู้เฒ่าจั่วแล้ว แม้ว่าคนตระกูลจั่วจะสนใจเรื่องมรดกมากกว่าแต่เรื่องผิวเผินพวกนี้ก็ยังจำเป็นต้องทำอยู่
“มันมีสิทธิ์อะไรมาร่วมพิธีฝังของคุณปู่ด้วย” พอจั่วฉิงหย่าได้ยินว่าซือฝูชิงจะมาด้วย เธอก็แสดงความไม่พอใจออกมาทันที “พี่ใหญ่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะมัน คุณปู่โรคหัวใจกำเริบก็ต้องเป็นเพราะโมโหมันแน่ๆ คนเนรคุณอย่างยัยนั่นจะมาอีกท