้วยอาการหัวใจวาย ธุรกิจของตระกูลจั่วยังคงเจริญรุ่งเรือง
แต่เธอกลับต้องตายในการต่อสู้ขัดขืนการข่มขืนของจั่วจงเหอไปตั้งแต่ครั้งแรก ไม่สามารถรอดชีวิตมาได้
ท่านผู้เฒ่าจั่วโศกเศร้าเสียใจมากจนต้องเข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลาหนึ่งเดือน
หลังจากนั้นเธอก็ถูกฝังในสุสานของตระกูลจั่วอย่างเอิกเกริก สำนักข่าวต่างรายงานว่าท่านผู้เฒ่าจั่วเป็นคนใจกว้างมีเมตตา
แต่ซือฝูชิงเห็นอย่างชัดเจนว่าท่านผู้เฒ่าจั่วเชิญปรมาจารย์ฮวงจุ้ยคนหนึ่งมาตั้งค่ายกลที่หลุมฝังศพของเธอ และยังได้ยินปรมาจารย์คนนั้นพูดว่า “แม้ว่าโชควาสนาของเธอจะเหลือไม่มากแต่ก็เพียงพอที่จะค้ำหนุนตระกูลจั่วให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้
แต่น่าเสียดายที่เธอตายไปแล้ว ไม่อย่างนั้นโชคลาภวาสนาก็จะยิ่งดีกว่านี้อีก”
หลังจากนั้นตระกูลจั่วก็เข้าสู่แวดวงชั้นนำในเมืองซื่อจิ่ว เปิดตลาดการค้ากว้างไกลสู่ต่างประเทศ และยังได้ผูกมิตรกับผู้ปกครองประเทศทางฝั่งตะวันตกอีกด้วย
และถึงแม้ว่าเธอจะตายไปแล้ว แต่โชควาสนาที่เหลืออยู่ของเธอก็ถูกใช้หล่อเลี้ยงตระกูลจั่วให้ทะยานสู่ความรุ่งโรจน์
รุ่งเช้าตอนตีสี่ ซือฝูชิงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา