ในภาพวาดนั้น ล้วนปรากฏให้เห็นอย่างละเอียดครบถ้วน
“มีตำนานเล่าว่าบางคนเกิดมาพร้อมกับปัญญาฉลาดเกินมนุษย์ แต่สิ่งทีข้าเป็นอยู่นี้คืออะไรกัน? ไม่สามารถฝึกฝนได้ แต่กลับมองทะลุมหาวิถีของสรรพสิ่งได้ในแวบเดียว เข้าใจแกนแท้ทั้งหมดในโลกนี้ได้อย่างไร?” ลูเชียวย์พึมพำ “แล้วเหตุใดตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ข้าถึงไม่เคยมีความสามารถที่น่าฉงนเช่นนี้?”
ใจของเขาพลันกระตุกขึ้นเมื่อนึกถึงเรื่องหนึ่ง เมื่อครึ่งปีก่อน ที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลูเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และหายสาบสูญไปอย่างลึกลับ และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ตัวเขาเองก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสามารถประหลาดและน่าสะพรึงกลัวนี้
“หรือว่าทุกอย่างจะเกี่ยวข้องกับการหายไปของที่ดินบรรพบุรุษ? คืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ลูเชียวย์จ้องมองไปยังปานสีแดงฉานบนฝ่ามือโดยสัญชาตญาณ เขามีลางสังหรณ์อย่างรุนแรง ตราบใดที่เขายังคงฝึกฝนต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อปานบนฝ่ามือดูดซับพลังได้มากพอ มันจะต้องทำให้การฝึกฝนของตนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่น่าเชื่อแน่นอน!
สามวันต่อมา ภายในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองอวิ๋นอัน
“ในที่สุดก็ฝึกฝนจนถึงขอบเขตทะเลทองคำขั้นสมบูรณ์เสียที” ลูเยี่ยตื่นจากภวังค์สมาธิ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า
แม้ว่าทรัพยากรฝึกฝนที่รวบรวมมาได้เกือบทั้งหมดจะถูกใช้จนเกลี้ยง แต่ลูเยี่ยกลับรู้สึกฮึกเหิมยิ่งนัก สำหรับเขาแล้ว หากขอบเขตพลังบำเพ็ญไม่ทะลวงขึ้นไป เจตจำนงดาบชิง