ยามคนใกล้ตาย วาจาก็มักจะเป็นความจริง เมื่อศัตรูรู้ตัวว่าไม่อาจหนีพ้นความตาย คำพูดที่เปล่งออกมานั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ?
ลูเยี่ยยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้ตลอดเวลา ทว่าเมื่อได้ยินถ้อยคำอันบ้าคลั่งของซุยอวิ๋น ในใจเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะเกิดความโศกเศร้าและโกรธแค้นประดังเข้ามา เพราะเขารู้ดีว่าผู้อาวุโสตระกูลลูเหล่านั้นย่อมทำเช่นนั้นจริงๆ ยอมตายในสนามรบดีกว่าก้มหัวยอมสยบ ยอมสลายร่างกลายเป็นจุณดีกว่าถูกใช้เป็นตัวประกัน! นี่คือวิถีแห่งตระกูลลู และเป็นคุณธรรมกับศักดิ์ศรีที่คนตระกูลลูยึดมั่นถือมั่นมาโดยตลอด!
“เก้าคนเสียชีวิตในสงคราม เจ็ดคนปลิดชีพตนเอง…” ในห้วงความคิดของลูเยี่ยราวกับเห็นภาพผู้อาวุโสเหล่านั้นของตระกูลลูที่ยอมพลีชีพอย่างองอาจกล้าหาญ เห็นภาพพวกเขาถูกจับเป็นเชลยแล้วจบชีวิตตัวเองอย่างสง่างามทีละฉากๆ! ความเศร้าและโทสะในใจลูเยี่ยยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ทว่าสติสัมปชัญญะกลับยิ่งเยือกเย็นลงอย่างน่าประหลาด
“ฮ่า ๆ ๆ เจ้าคงแยกแยะออกได้แน่นอนว่า ทุกสิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็นความจริงใช่หรือไม่?” ซุยอวิ๋นยังคงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและดุร้าย “บอกให้รู้ไว้ สองคนที่รอดชีวิตมาได้นั้น ถูกปีศาจกู่พิษเผาใจใช้เคล็ดวิชาลับปิดผนึกจิตเทวะไปแล้ว ร่างกายของพวกเขาทั้งสองก็ถูกแย่งชิงไปแล้วด้วย! ต่อให้เจ้ามีโอกาสช่วยพวกเขาทั้งสองกลับมาในภายหลัง จิตเทวะ ความทรงจำ และร่างกายของพวกเขาทั้งสองก็ถูกลบหลู่และเปรอะเปื้อนไป