นเทียนหลางก็ได้กลายเป็นซากปรักหักพัง ทุกที่เต็มไปด้วยภาพความปรักหักพังและกลิ่นคาวเลือด บนกำแพงเมืองที่พังทลาย ลูเยี่ยนั่งอยู่ที่นั่นขณะที่ดื่มสุราพลางครุ่นคิดเรื่องในใจไปด้วย ส่วนหนานถัวและลวีเนียว ทั้งสองคนถูกแขวนไว้อย่างอัปยศอดสูอยู่นอกกำแพงเมือง บรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองยังคงหมดสติ ส่วนสมบัติล้ำค่าบนร่างถูกลูเยี่ยปลดเปลื้องไปจนหมดแล้ว
“ไม่รู้ว่าคราวนี้พวกปีศาจกู่พิษเผ่าใจจะปรากฏตัวหรือไม่” ลูเยี่ยครุ่นคิด
ตั้งแต่สงครามที่เมืองหลวงจบลง ลูเยี่ยก็สันนิษฐานจากคำพูดของพานหลานอวิ๋นได้ว่า เผ่าหมอผีปีศาจได้สมคบคิดกับปีศาจกู่พิษเผ่าใจมานานแล้ว! เพราะการต่อสู้ที่ด่านเทียนหลางในครั้งนั้น ก็เป็นการวางแผนโดยพานหลานอวิ๋นเพียงผู้เดียว
เวลาผ่านไปทีละน้อย ยังไม่ทันถึงครึ่งชั่วโมง ทหารปีศาจกว่าร้อยนายก็นำของที่ริบได้มาแล้ว พวกเขารวบรวมมาได้ถึงสิบกว่าถุงเก็บของ! ทว่าเมื่อลูเยี่ยตรวจสอบดูทีละใบ เขาก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย สิ่งของส่วนใหญ่ที่ยึดได้ล้วนเป็นเพียงหินวิญญาณ สมุนไพรวิญญาณ และสมบัติล้ำค่าธรรมดาทั่วไป มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่พอจะเข้าตา อย่างไรก็ตาม ลูเยี่ยไม่ได้รังเกียจ ขอเพียงมีคุณค่าก็ย่อมมีประโยชน์ให้ใช้
“ท่านผู้อาวุโส พวกเรา…พวกเราไปได้หรือยัง?” พวกทหารปีศาจมองลูเยี่ยด้วยความหวาดกลัว
ลูเยี่ยทอดสายตาไปในความมืดมิดยามราตรีที่ห่างไกลออกไป แล้วเอ่ยเสียงแผวเบาว่า
“กองกำลังเสริมจากเ