ห้ามลึกลับที่หกแห่งนี้!”
รอยแยกบนม่านฟ้ามืดมิดเบื้องบนเลือนหายไปแล้ว ไม่อาจมองเห็นทัศนียภาพภายนอกได้อีก ถึงขนาดที่ว่าไม่มีใครรู้ว่าลูเยี่ยและคนอื่น ๆ ยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว
“หนีพระได้แต่หนีวัดไม่ได้!” ทันใดนั้นนักพรตพิการก็เอ่ยปากขึ้น ดึงดูดสายตาของเหล่าสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวทั้งหมดให้หันไปทางเขา
“ผู้พิทักษ์สุสานและไก่ห้าสีไม่มีทางจะหนีไปได้ เมื่อพวกเขาทั้งสองเลือกเป็นสมุนให้เสือ ก็ต้องจ่ายราคาสำหรับการกระทำนี้!”
น้ำเสียงของนักพรตพิการเย็นเยียบ กลิ่นอายสังหารแผ่กระจาย ก่อนหน้านี้เขามีโอกาสจะจับตัวลูเยี่ยได้หลายต่อหลายครั้งแต่กลับพลาดท่าไปทุกที ดังนั้นเขาจึงเป็นผู้ที่ไม่ยอมรับและคับแค้นใจมากที่สุด ความโกรธแค้นที่เก็บกดไว้ไม่มีที่ให้ระบาย
“ท่านผู้อาวุโสนักพรตพิการ พยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขาก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดเช่นกัน เขาก็สมควรตายเช่นกัน!” สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวบางตนตะโกนขึ้น
นักพรตพิการเงยหน้ามองขึ้นไปบนม่านฟ้าอันมืดมิด พลางเอ่ยเน้นทีละคำว่า
“สหายน้อยลู หากเจ้าไม่ไยดีต่อชีวิตของพยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขา ก็เชิญหนีออกไปจากเขตหวงห้ามลึกลับที่หกได้ตามสบาย!”
น้ำเสียงดังกึกก้องไปถึงท้องฟ้า และในชั่วขณะต่อมา นักพรตพิการก็เคลื่อนร่างผ่านท้องฟ้าพุ่งตัวไปทางห่างไกล บรรดาสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวต่างรีบตามไปโดยพร้อมเพรียงกัน ทุกตนล้วนตระหนักว่านักพรตพิการกำลังจะไปสังหารพยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขา