หญิงสาวในชุดขนนกนิ่งเงียบไป นางถูกความสามารถของเด็กหนุ่มทำให้สั่นสะเทือน ทว่าภายในใจกลับยิ่งลังเลและรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งขึ้น
ผู้มีวาสนามีพรสวรรค์อันน่าตื่นตะลึงเช่นนี้ เหตุใดพลังบำเพ็ญถึงได้อ่อนแอถึงเพียงนี้?
หลังจากผ่านไปพักใหญ่ หญิงสาวในชุดขนนกก็สงบจิตใจลงและกล่าวว่า
“ข้าเป็นผู้เฝ้าประตูของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุแห่งนี้ เจ้าสามารถเรียกข้าว่า ‘เหยาเวย’…”
“วิหารจักรพรรดิแห่งนี้เป็นสิ่งที่องค์จักรพรรดิได้ทิ้งเอาไว้ หากเจ้าสามารถผ่านการทดสอบและกลายเป็นผู้พิทักษ์วิถีของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุได้ ข้าก็จะบอกเจ้าถึงประวัติของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุและองค์จักรพรรดิให้เจ้าได้รับรู้”
ลูเยี่ยครุ่นคิดตาม เห็นได้ชัดว่าองค์จักรพรรดิที่นางกล่าวถึงก็คือเจ้าของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุ มหาจักรพรรดิเผ่าปีศาจท่านนั้นที่ถูกร่ำลือว่าก้าวเข้าสู่เส้นทางเซียนนั่นเอง!
ลูเยี่ยถามต่อว่า
“ท่านผู้อาวุโสเหยาเวย ผู้พิทักษ์วิถีนี้มันคืออย่างไรกันแน่?”
เหยาเวยฝืนอดกลั้นความรู้สึกสับสนในใจแล้วกล่าวตามตรงว่า
“ผู้มีวาสนาที่องค์จักรพรรดิเฝ้ารอ หากสามารถผ่านการทดสอบต่าง ๆ ได้ ในที่สุดก็จะได้เป็นผู้พิทักษ์วิถีของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุ”
“การมีตำแหน่งนี้จะทำให้สามารถสืบทอดและตระหนักรู้วิชาที่สืบทอดมาของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุได้ และสิ่งที่ผู้พิทักษ์วิถีต้องทำก็คือรับประกันว่าเชื้อไฟแห่งความรู้ของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุจะ