กัน!
จากนั้นผู้พิทักษ์สุสานพาลูเยี่ยและอีกาหัวขาวมาถึงทางเข้าเนินจักรพรรดิเบญจธาตุ
“เมื่อเรื่องในวันนี้แพร่ออกไป ในเขตหวงห้ามลึกลับที่หกจะต้องเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่แน่นอน”
ผู้พิทักษ์สุสานเอ่ยกำชับว่า
“ทว่าพวกเจ้าเพียงหลบซ่อนตัวอยู่ในเนินจักรพรรดิเบญจธาตุก็พอ ไม่ว่าภายนอกจะเกิดเรื่องใดขึ้นก็ย่อมส่งผลไม่ถึงพวกเจ้า”
อีกาหัวขาวถาม
“ท่านยาย แล้วท่านเล่า?”
ผู้พิทักษ์สุสานกล่าวด้วยสายตาเมตตาว่า
“อย่ากังวลไปเลย ข้าจะกลับไปที่เทือกเขาเฉียนเฟิง ที่นั่นไม่มีใครสามารถทำอะไรข้าได้”
นางหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ
“อีกเจ็ดวันข้ามารับพวกเจ้า”
ลูเยี่ยพลันเอ่ยขึ้นว่า
“ท่านผู้อาวุโส เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เมื่อแพร่ออกไปจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ท่านสามารถใช้ประโยชน์จากเรื่องที่ข้าสามารถสลายพลังหายนะของเตาหลอมแห่งภัยพิบัตินี้ เพื่อดึงดูดคนที่เชื่อถือได้ให้มาช่วยท่าน”
ผู้พิทักษ์สุสานครุ่นคิดเล็กน้อยก็เข้าใจความหมายในคำพูดของลูเยี่ย ในใจรู้สึกทั้งตกใจและปลื้มใจ สิ่งที่ตกใจคือลูเยี่ยอายุน้อยเช่นนี้ แต่กลับมีจิตใจและสายตาที่มองการณ์ไกลและวางแผนได้อย่างดี สิ่งที่ปลื้มใจคือการที่อาจื่อได้ติดตามลูเยี่ยไปฝึกฝนด้วยกัน นับเป็นเรื่องโชคดีอย่างแท้จริง!
ในที่สุดภายใต้สายตาที่ส่งลาของผู้พิทักษ์สุสาน ลูเยี่ยและอาจื่อก็เข้าไปในทางเข้าเนินจักรพรรดิเบญจธาตุแล้วหายวับไปในชั่วพริบตา ละอองแสงแห่งมิติกาลเวลาโปรยปราย ทางเ