ากันครบทุกตัว!
“เจ้าหนู ข้าเตือนเจ้าถูกแล้วใช่หรือไม่?”
ไก่ห้าสีมองไปที่ลูเยี่ยด้วยรอยยิ้ม “หากเจ้าซาบซึ้งใจข้า ก็ลองมาอยู่ข้างกายข้าดูเถิด ข้าจะปกป้องเจ้าจากสายลมและสายฝนเอง!”
ลูเยี่ยยิ้มเล็กน้อย “เรื่องช่วยกำบังลมฝนก็แล้วไป มีโอกาสได้จับท่านไปตุ๋นเป็นซุปไก่สักหม้อนั้นแหละ ถึงจะเป็นการแสดงความซาบซึ้งจากใจข้าได้ดีที่สุด”
ไก่ห้าสีชะงักไปชั่วขณะ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นอำมหิต
“ยอมได้… ข้าจะรอ!”
บรรยากาศยิ่งกดดัน เหล่าสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวพวกนั้นล้อมเข้ามาจากทุกทิศทาง ปิดเส้นทางถอยของลูเยี่ยและคนอื่นๆจนสิ้น
“ผู้พิทักษ์สุสาน เมื่อออกจากเทือกเขาเฉียนเฟิงแล้ว เจ้าก็สูญเสียที่พึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพียงเจ้าคนเดียวคงปกป้องเด็กน้อยแซ่ลูผู้นั้นไม่ได้หรอก” ราชันวิญญาณเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ลูเยี่ยมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนผู้นี้เอาเสียเลย
ก่อนหน้านี้ที่เทือกเขาเฉียนเฟิง ราชันวิญญาณยังคงแสดงออกอย่างสง่างาม ประกาศว่าอยากรับตนเป็นศิษย์สืบทอดวิชาของเขา
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ผู้พิทักษ์สุสานพูดไม่ผิด คนผู้นี้พูดแต่เรื่องเหลวไหลทั้งนั้น!
“ผู้พิทักษ์สุสานยอมแพ้เสียเถอะ เพียงแค่ส่งมอบสหายหนูลูเยี่ยผู้นั้นมา พวกเราก็จะไม่สนใจวาสนาของเนินจักรพรรดิเบญจธาตุอีก”
งูยักษ์สีเขียวเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เลิกพล่ามไร้สาระ ใครขวางทางข้าก็ข้าจะฆ่ามันซะ!”
ผู้พิทักษ์สุสานพลิกฝ่ามือขึ้น อาภรณ์เก่าคร่ำคร่าชิ้นหน