ีเพียงลูเยี่ยคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงรักษาความทรงจำของการต่อสู้ครั้งนั้นไว้
และเพราะประสบการณ์เช่นนี้ เมื่อเทียบกับการต่อสู้ตรงหน้าลูเยี่ยจะตกใจได้อย่างไร?
และต้องกล่าวถึงว่าผู้พิทักษ์สุสานยิ่งแข็งแกร่งกว่า!
เพียงตัวคนเดียวนางต้านทานการโจมตีล้อมจากสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวกว่าสิบตนได้!
ทว่าเห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ของผู้พิทักษ์สุสานไม่สู้ดีนัก
ลูเยี่ยมองออกว่าสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นพูดไม่ผิด เมื่อออกจากเทือกเขาเฉียนเฟิงผู้พิทักษ์สุสานได้สูญเสียที่พึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไป
จึงถูกปิดล้อมจนตกอยู่ในสภาวะลำบากเช่นนี้
ลูเยี่ยยังจำได้ว่าผู้พิทักษ์สุสานแต่เดิมเคยอาศัย ‘ค่ายกลสังหารสุสานดาบ’ บนเทือกเขาเฉียนเฟิงเพื่อปลุกเจตจำนงดาบอันน่าสะพรึงกลัวนับหมื่นแสนสายออกมา
หากอยู่บนเทือกเขาเฉียนเฟิงพวกสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นย่อมไม่กล้าเป็นศัตรูกับผู้พิทักษ์สุสานโดยง่ายแน!
“ผู้พิทักษ์สุสาน ท่านดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์ และอย่าหวังว่าจะพาเด็กน้อยแซ่ลูคนนั้นไปได้!”
เทพวานรทมิฬคำรามเสียงดัง พลังลมปราณของเขาทั้งดุร้ายและแข็งแกร่งราวกับเป็นเทพปีศาจจากยุคบรรพกาล
เขาควงกระบองและฟาดฟันไม่หยุด ความแข็งแกร่งนั้นช่างเกินบรรยาย
พวกสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวอื่นๆก็ใช้พลังเต็มที่เช่นกัน เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการเสียเวลา ต้องการจะกดดันผู้พิทักษ์สุสานให้ได้อยางถึงที่สุด
“ก็แค่เอาชีวิตเป็นเดิมพันเท