เมื่อเผชิญกับสายตาของผู้คนมากมาย ไปเสวียนอีกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก เขากำลังจมอยู่ในห้วงความคิด ในสมองปรากฏภาพการต่อสู้ของลูเยียในการประลองทั้งสี่ครั้งอย่างชัดเจน ในจิตใจของเขามีเจตจำนงในการต่อสู้ที่ไม่เคยปรากฏมานานกำลังเอ่อล้นขึ้นมา ผู้ฝึกดาบขอบเขตแก่นทองคำคนหนึ่ง ไม่เพียงแค่ครอบครองเจตจำนงดาบที่ลึกลับอย่างยิ่ง แม้แต่รากฐานมหาวิถีทั้งหมดของเขาก็แฝงไว้ซึ่งกลิ่นอายของความ ‘ไร้คู่ต่อสู้ในขอบเขตเดียวกัน’
ผู้ฝึกดาบเช่นนี้ไปเสวียนอีเพิ่งจะเคยพบเป็นครั้งแรก
เพียงแต่ว่าพลังบำเพ็ญยังต่ำเกินไปเล็กน้อย
“เสวียนอี เจ้าเคยกล่าวว่าบนเส้นทางดาบนั้นช่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน บัดนี้ในที่สุดก็มีคู่ต่อสู้แล้ว นับเป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง!”
พยัคฆ์ขาวที่แบกดาบสีเลือดกล่าวอย่างสงบนิ่ง “หากเจ้าพ่ายแพ้…”
“ข้าจะยิ่งยินดียิ่งกว่า!”
คำกล่าวนีของพยัคฆ์ขาวทำเอาคนรอบข้างแทบไม่เชื่อหูตนเอง
ยินดียิ่งกว่าหรือ?
ผู้พิทักษ์สุสานกลับเข้าใจในทันที นางเอ่ยเสียงเบา “เจ้าหวังให้หลานชายพบกับความพ่ายแพ้เพื่อใช้โอกาสนี้ลับคมจิตใจแห่งวิถีอย่างนั้นหรือ?”
พยัคฆ์ขาวตอบอย่างสงบนิ่ง “ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหลานชายข้าไม่เคยพ่ายแพ้แม้แต่ครั้งเดียว แม้จะหล่อหลอมความเชื่อมั่นในความไร้พ่าย ทว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเนิ่นนานย่อมส่งผลเสียมากกว่าผลดี”
หยุดไปครู่หนึ่ง พยัคฆ์ขาวก็เอ่ยด้วยแววตาลึกล้ำ “บนเส้นทางแห่งดาบ ความล้มเหลวคือหินลับดาบชั้นเลิศที