ู้อาวุโสของตระกูลพานมีสีหน้าย่ำแย่ลงไปอีก
“จะตื่นตระหนกไปทำไม!”
พานอวินเยว่ประมุขตระกูลพานเอ่ยเสียงเย็น “เรื่องรายังไม่ถึงขั้นอับจนหนทาง!”
เขาหยุดเว้นจังหวะครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “ต่อให้ลูเยี่ยจะสร้างชื่อจนสั่นสะเทือนไปทั่วเมืองหลวงในครั้งนี้ทว่าเขาไม่มีวันคาดคิดแน่ว่าตระกูลลูที่อยู่เบื้องหลังเขากำลังจะถึงกาลวิบัติแล้ว!”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาเหล่าบรรดาผู้อาวุโสมากมายของตระกูลพานต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไปและรู้สึกผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย
ก่อนหน้านี้หลายชั่วโมงยามปีศาจกูพิษเผาใจกลุ่มหนึ่งได้ปลอมตัวไปยังเมืองเทียนเหอ
เมื่อคำนวณเวลาดูแล้วตอนนี้น่าจะเดินทางไปถึงแล้วและไม่แน่ว่าอาจจะกวาดล้างตระกูลลูจนราบคาบไปแล้วก็ได้!
“ส่วนมูเทียนเย่และผู้แข็งแกร่งจากสำนักใหญ่ต่างๆก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวเลย!”
พานอวินเยว่กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “หากพวกเขาอยากจะรนหาที่ตายก็อย่าโทษว่าพวกเราตระกูลพานใจร้ายโหดเหี้ยมก็แล้วกัน!”
มีคนหนึ่งอดไม่ได้ถามขึ้น “ท่านประมุขตระกูลแต่หากทำเช่นนั้นไม่ใช่ว่าพวกเราจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงหรอกหรือ?”
พานอวินเยว่ตอบอย่างสงบนิ่ง “ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไปแล้วข้ามีลางสังหรณ์ว่าเมื่อลูเยี่ยได้รับข่าวการล่มสลายของตระกูลลูเขาจะต้องมาหาเรื่องพวกเราตระกูลพานอย่างแน่นอน”
เขากวาดสายตามองทุกคนที่นั่งอยู่ “ดังนั้นสิ่งที่พวกเราต้องทำตอนนี้ก็คือเตรียมการล่วงหน้าให้พร้อมและพาสมาชิกในตระกูลถ