ค่ายกลปกป้องของตระกูลลูได้รับการโจมตีอย่างหนักจนเกิดรอยแตกราวเฒ่าจ้าวผู้ควบคุมค่ายกลถึงกับร่างซวนเซส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวดในลำคอสีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงเขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มีออกมามือหนึ่งเร่งเร้าพลังค่ายกลอีกมือหนึ่งคอยสลายแสงสีเลือดที่พุ่งลอดรอยร้าวเข้ามาภายใน
“เหลาเกาไม่ต้องออมมือแล้วสู้กับมันให้ตายไปข้างหนึ่ง!”
เหลาเกาคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวร่างของเขาปะทุเป็นเปลวเพลิงพุ่งทะยานสูงเสียดฟ้าฉีกท้องนภาพุ่งเข้าโจมตีทันที!
แววตาของเฒ่าจ้าวปรากฏประกายเด็ดเดี่ยวเขาและเหลาเกาเดินทางมาจากดินแดนสีครามคาบสมุทรไม่ได้เป็นคนของตาเฉียนมาแต่เดิม
พลังบำเพ็ญของทั้งสองคนล้วนฝึกฝนมาจนถึงขีดสุดของขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์และสัมผัสได้ถึงขอบเขตที่สูงสงกว่านั้นแล้วแต่เพราะต้องการหลบหนี ‘เคราะห์ห่าเสื่อมแห่งแกนศักดิ์สิทธิ์’ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาจึงต้องปิดบังชื่อแซ่และกดข่มกลิ่นอายพลังของตนไว้เพราะเกรงว่าจะถูกกฎเกณฑ์แห่งโลกมนุษย์ย้อนกลับมาทำร้ายจนนำมาซึ่งเคราะห์ห่าเสื่อมนั้น
ทว่าในยามนี้เพื่อปกป้องตระกูลลูทั้งคู่ต่างไม่คิดออมมืออีกต่อไปเริ่มเดิมพันด้วยชีวิตอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง!
“ตาแก่สองคนนี้เป็นใครกันเหตุใดจึงแข็งแกร่งจนเหนือสามัญถึงเพียงนี้?”
ชายหนุ่มผมสีเทาขมวดคิ้วรู้สึกเหนือความคาดหมายอย่างยิ่ง
เดิมทีเขาคิดว่าการโจมตีก่อนหน้านี้น่าจะทะลวงค่ายกลใหญ่และพิชิตตระกูลลูได้ในครา