า “รับการโจมตีจากข้าหนึ่งกระบวนท่า หากเจ้าทนได้ข้าจะปล่อยเจ้าไป”
หากรับมือไม่ได้ก็ต้องอยู่ที่นี่เสีย!
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ลูเยียก็แน่ใจอย่างสมบูรณ์ จีเสวียนหงไม่มีความคิดจะสังหารเขาเลย เพราะการรับเพียงหนึ่งกระบวนท่า ต่อให้รับไม่ได้ก็เป็นเพียงการให้ตนอยู่ต่อ ไม่ใช่โอกาสนี้กำจัดตนทิ้ง จะมีความเสี่ยงถึงชีวิตได้อย่างไร?
ยิ่งทังลูเยียยังสัมผัสได้ว่าจีเสวียนหงจงใจอยากให้ตนอยูต่ออย่างชัดเจน!
“ข้าเลือกทางที่สอง”
ลูเยียกล่าว “ข้าถูกใส่ร้ายป้ายสี ย่อมต้องทวงคืนความยุติธรรมให้ตัวเอง จะให้อยู่ที่สำนักศึกษาตลอดไปย่อมเป็นไปไม่ได้!”
จีเสวียนหงพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ตกลง”
ตุม!
เขาสะบัดแขนเสื้อยกมือขึ้น พลังอันเจิดจ้าและน่าสะพรึงกลัวของมหาวิถีก่อตัวขึ้นระหว่างนิ้วมือ ในทันทีนั้นคือพลังของขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์ เพียงแค่พลังลมปราณเท่านั้นก็ทำให้ฟ้าดินเปลี่ยนสี ความว่างเปล่าทั้งสิบทิศสั่นสะเทือน
เหล่าศิษย์ที่อยู่ไกลออกไปต่างพากันพรั่นพรึง ต่างพากันถอยหนีไปไกลที่สุดในทันที
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน! หากยังคงยืนอยู่ที่เดิมเพียงแค่แรงกดดันนั้นก็อาจทำให้พวกเขาบาดเจ็บสาหัสได้แล้ว!
จะเอาจริงหรือนี่?
ลูเยียรู้สึกใจหายวาบ เขาแรกเริ่มเดิมที่ยังคิดว่าจีเสวียนหงคงไม่มีเจตนาสังหารตัวเอง นึกว่าเมื่อลงมือคงจะยังมือบาง ทว่ายามนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้นเสียแล้ว ตาเฒ่าผู้นี้กำลังใช้พลังบำเพ็ญขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์ของจร