าของซุนจื่อโหยวเย็นเยียบขึ้น “ข้าบอกว่ารับไหวก็คือรับไหว! และอย่างที่เจ้าพูดข้าคือรองเจ้าสำนักเจ้ามิพอใจก็ต้องยอมรับ!”
ชายชราผมขาวโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ
เขารู้สึกตลอดเวลาว่าเรื่องในวันนี้มีอะไรไม่ถูกต้องและท่าทีของซุนจื่อโหยวยิ่งทำให้เขาสงสัยว่าการจัดการกับลูเยียในครั้งนี้มีแนวโน้มสูงมากที่จะเกิดปัญหาใหญ่!
จะทำอย่างไรดี?
หากลูเยียต้องตายลงจริงๆ…
ต่อให้ท่านเจ้าสำนักกลับมาก็คงมิอาจแก้ไขสิ่งใดได้!
พวกท่านจะยอมยืนดูอยู่เฉยๆ โดยมิคิดจะหยุดยั้งเลยหรือ?
ชายชราผมขาวมองไปทางบรรดาผู้อาวุโสคนอื่นๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ “หากลูเยียตายสำนักศึกษาต้องเดือดร้อนแน่นอนพวกท่านไม่มีใครหนีพ้นหรอก!”
บรรดาผู้อาวุโสบางคนลังเล
บรรดาผู้อาวุโสบางคนหันหน้าหนีไม่สนใจ บางคนอ้าปากจะกล่าวสิ่งใดแต่เมื่อสบเข้ากับสายตาของซุนจื่อโหยวก็พลันเงียบงันลงทันที
“พวกท่าน…”
ขณะที่ชายชราผมขาวกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง
เพียะ!
ใบหน้าของเขาถูกซุนจื่อโหยวตบเข้าอย่างจังจนเซเกือบจะล้มลงกับพื้น
ซุนจื่อโหยวแววตาเย็นเยียบกล่าวเน้นที่ละคำว่า “เจ้าเป็นรองเจ้าสำนักหรือข้าเป็นรองเจ้าสำนัก? หากยังบังอาจปากพลอยอีกอย่าหาว่าข้าลงโทษเจ้าในฐานะกบฏ!”
จากนั้นเขากวาดตามองพวกผู้อาวุโสที่อยู่รอบข้าง
“ผู้อาวุโสสวีเยียนอวินจะตายเปล่ามิได้วันนี้ไม่ว่าใครจะมาเจาเด็กลูเยียต้องชดใช้อย่างสาสม!”
คำพูดหนักแน่นก้องกังวาน
ทว่าในตอนนั้นเองน้ำเสียงราบเรียบสายหนึ่งกล