อักขระประหลาดสองตัวขนาดเท่าเมล็ดข้าวเคลื่อนไหวขึ้นพวกมันเปล่งแสงเจิดจาราวกับมีจิตวิญญาณสถิตอยู่ทันใดนั้นตัวอักษรทั้งสองกลับเปล่งเสียงแตกต่างกันออกไป
“หิวจะตายอยู่แล้วจะตายอยู่แล้ว! ฮือๆๆนายท่านพอจะมิโลหิตและเนื้อหนังของเทพมารมาเป็นอาหารให้ข้าบ้างหรือไม่?”
นี่คือเสียงของอักษร ‘ซือ’ มันดูร้อนรนกระวนกระวายน้ำเสียงแหบพร่าและกระหายจัดราวกับผีหิวโหยที่กำลังคร่ำครวญ
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่าให้หมดจนไม่เหลือเทพมารในโลกนี้! นายท่านได้โปรดพาข้าไปสังหารพวกเทพมารที!”
นี่คือเสียงของอักษร ‘จือ’ มันเปี่ยมไปด้วยความแค้นและกลิ่นอายสังหารอันคลุ้มคลั่งราวกับผู้ที่ตกอยู่ในภวังคมารอันดิบเถื่อน
ลูเยียรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง
อักขระลึกลับสองตัวที่งามวิจิตรประดุจทองคำเซียนกลับมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง!
ที่น่าประหลาดคือนิสัยใจคอของพวกมันยังต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“พวกเจ้า…”
ลูเยียกำลังจะเอ่ยปากถามบางสิ่งทันใดนั้นอักขระลึกลับทั้งสองกลับหม่นแสงลงอย่างกะทันหัน
“หิวจะตายอยู่แล้ว… นายท่านข้าไม่ไหวแล้วข้าต้องการโลหิตเทพมารโดยด่วน…”
‘ซือ’ คร่ำครวญเสียงแผ่วก่อนจะเงียบสงบลง
“น่าเสียดายที่พลังต้นกำเนิดแตกสลายจิตวิญญาณใกล้จะเหือดแห้งทั้งยังไม่มีเทพมารให้เข่นฆ่ามิเช่นนั้นไฉนเลยจะต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้?”
‘จือ’ แสดงความแค้นเคืองออกมาอย่างสุดกลั้นมันถอนหายใจด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจก่อนจะเงียบไปเช่นกัน
ลูเยียจมอยู่ในห้วงความคิด
เมื่อเท