องสำนักเต๋าหลิงซูของพวกเขา ที่น่าแค้นใจยิ่งกว่านั้นคือ ชายในอาภรณ์ขาวยังใช้หยกบันทึกภาพการต่อสู้ในครั้งนั้นไว้ และยังส่งคนนำหยกบันทึกภาพมาให้พวกเขาถึงที่ ช่างเป็นการหยามเกียรติอย่างถึงที่สุด!
“ท่านเจ้าสำนัก คนผู้นี้มีกำลังที่สามารถสังหารปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์ในขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ จะเกิดเหตุพลิกผันขึ้นหรือไม่?” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
ต้วนชิงเฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย “จงเชื่อมั่นในตัวเนี่ยเหวินชวนเถิด!”
“ท่านเจ้าสำนักเวิน ผู้นี้คือผู้ใดกันแน่ มีชื่ออยู่ในรายชื่อหรือไม่?” มูเทียนเย่เอ่ยถาม
ทุกคนต่างเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เวินชิวเจวียแนะนำว่า “อวิ่นเปยเฉิน ขอบเขตแท่นทองคำ เป็นศิษย์ที่สำนักกระบี่เก้าสวรรค์ของข้ารับเข้ามาเมื่อไม่กี่วันก่อน”
สายตาของผู้คนต่างดูแปลกประหลาด หวงเหลียนถังเป็นศิษย์ที่สำนักเต๋าหลิงซูเพิ่งรับเข้ามา บัดนี้กลับกลายเป็นว่า สำนักกระบี่เก้าสวรรค์ก็เพิ่งรับศิษย์ที่มีขอบเขตแท่นทองคำเข้ามาเช่นกัน! ที่สำคัญกว่านั้นคือ ชื่อของพวกเขาล้วนไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ลู่เยี่ย เมื่อครู่เจ้าสำแดงอานุภาพเสียใหญ่โต ประดุจหยกงามที่ส่องประกายนำหน้าไปก่อน ทำให้ข้ารู้สึกกดดันไม่น้อยเลยนะ”
ลู่เยี่ยได้ยินเสียงถอนหายใจของอวิ่นเปยเฉินดังขึ้นข้างหู ลู่เยี่ยมีสีหน้าแปลกพิกล พลางส่งเสียงกระแสจิตว่า “ถ่อมตัวเกินไปแล้วกระมัง ข้าจะไปเทียบกับเจ้าได้อย่างไร?”
อวิ่นเปยเฉินพยักหน้าเล็ก