รรดาผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ในที่แห่งนี้ ยิ่งได้เปิดหูเปิดตาจนยากจะพรรณนาได้
ลู่เยี่ยก็ลงมือแล้วเช่นกัน แขนเสื้อกว้างพลิ้วสะบัด พลังปราณทั่วร่างหมุนเวียน ทว่ากลับไร้รูปไร้ลักษณ์ ไม่มีคลื่นมหาวิถีใดปรากฏออกมา ทั้งไม่มีรุ้งศักดิ์สิทธิ์มหาวิถีอันเป็นเอกลักษณ์ของขอบเขตตำหนักวิญญาณ แต่ในสายตาของผู้คนที่อยู่ภายนอกลานประลอง บนร่างของลู่เยี่ยกลับมีอานุภาพอันไร้รูปบางอย่างปรากฏขึ้น!
ดังท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล ผู้คนที่ได้เห็นล้วนต้องเงยหน้ามองด้วยความยำเกรง ลู่เยี่ยยังคงเป็นลู่เยี่ยคนเดิม ทว่าด้วยอานุภาพอันไร้รูปนั้น กลับทำให้ทุกคนสัมผัสได้ถึงท่วงท่าอันล้ำลึกยากจะหยั่งถึง เขาเพียงยกมือขึ้นปัดแผ่วเบา แขนเสื้อสั่นไหว
บนลานประลอง ปราณดาบที่เปรียบดังปราณม่จากบูรพา ค่อยๆ แตกสลายทีละส่วน แสงเพลิงมอดดับลงประดุจสายลมที่พัดพาหมู่เมฆให้ปลิดปลิวสลายไป ร่างของหวงเหลียนถังถูกซัดกระเด็นออกไปอีกครั้ง ให้ความรู้สึกประดุจตั๊กแตนที่ขวางรถมา
วงแหวนศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์ที่ประกอบด้วยรุ้งเก้าสายทางด้านหลังของร่าง ถึงกับปรากฏรอยร้าวขึ้นมา! หวงเหลียนถังกำลังพยายามทรงตัวที่ขอบลานประลอง ทว่ากลิ่นอายทั่วร่างปั่นป่วน ใบหน้าขาวซีดเผือด หยาดโลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปากอย่างเงียบเชียบ ในแววตาของเขาปรากฏความตกตะลึงที่ไมอาจระงับได้
เขาเชื่อว่าตนเองได้ก้าวไปถึงขีดสุดของขอบเขตตำหนักวิญญาณแล้ว เปรียบเสมือนยืนอยู่บนจุดสูงสุดของ