ขันมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เขาไม่อยากให้ใครชิงตัดหน้าไปได้ ยิ่งกว่านั้นเขากัดฟันแล้วกล่าวว่า “ท่านผู้อาวุโส ข้ากับเชียงหลิวเฟิงเป็นสหายสนิทสมัยเด็ก มีความสัมพันธ์ที่ดีมาก ข้าจะสังหารเขาเดี๋ยวนี้ แล้วท่านจะได้เห็นความจริงใจของผู้น้อยเอง!”
ทุกคน: “…” สหายสนิทวัยเด็กมีไว้ให้เจ้าใช้งานแบบนี้หรือ?
เคร้ง! อู๋ฉู่ชักกระบี่ออกมาหมายจะฟัน
“ช้าก่อน” เยว่หนิงจือพลันเอ่ยปาก “จะสังหารเขาหรือไม่ ให้ศิษย์น้องลู่ของข้าเป็นผู้ตัดสินใจ!”
ทุกคนตกตะลึง ลู่เยี่ยจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าศิษย์พี่เป็นห่วงว่าการตายของเชียงหลิวเฟิงจะนำปัญหามาให้เขา?
อู๋ฉู่รีบอธิบาย “ท่านผู้อาวุโสอย่าเข้าใจผิด ผลที่ตามมาทั้งหมด ข้ายินดีรับผิดชอบเอง!”
ลู่เยี่ยโบกมือ “เรื่องจะสังหารเขาหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องให้พวกเจ้าช่วยเหลือ”
อู๋ฉู่เก็บกระบี่ทันที กล่าวอย่างสำนึกผิดว่า “ผู้น้อยหุนหันไปแล้ว ขอให้ท่านผู้อาวุโสตัดสินใจตามที่เห็นสมควรเถิด!”
เชียงหลิวเฟิงรอดตายอย่างหวุดหวิด ตกใจจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้น
ลู่เยี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “หากข้าปฏิเสธที่จะไปเยือนแดนรัตติกาลลึกลับ พวกเจ้าจะทำอย่างไร?”
จงหลี่ซีและคนอื่นมองหน้ากันไปมา จะทำอะไรได้อีกเล่า? หรือว่าจะต้องจับผู้อาวุโสชุดสีดำคนนี้ไปหรือ? เรื่องนี้ไม่อาจเป็นไปได้เด็ดขาด!
“ท่านผู้อาวุโส พวกเราไม่กล้าบังคับท่านแต่อย่างใด” อวี๋เส้าหนานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อดกลั้นความ