น้าได้ แม้ยามนี้โลกคุนหลุนจะไม่มีศัตรูภายนอกกล้ำกราย แต่ต่อไปต้องมีแน่
ท่านเทพจื่อหวนจับสัมผัสบางสิ่งได้ นางแหงนหน้ามองถัดออกไปนอกท้องนภา เป็นสีดำสนิทไม่มีสิ่งใดทั้งสิ้น ชวนให้อึดอัดยิ่งนัก
ตอนนี้เอง ฉางเยวี่ยเฉียนก็โผล่มาอยู่ข้างนางแล้ว เอ่ยเสียงเคร่งขรึมว่า “ให้ทุกคนเตรียมตัวป้องกัน!”
ท่านเทพจื่อหวนได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปในฉับพลัน นางตวาดทันที “กองทัพฉาง ตั้งกระบวนทัพ!”
ทำงานรับใช้แดนสวรรค์ ย่อมไม่อาจทำในนามของเผ่า พวกนางต่างรู้ดีว่ากองทัพที่คอยพิทักษ์อาณาเขตนอกพิภพจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และหลังจากนี้ก็คงไม่ได้มีเผ่าฉางเพียงเผ่าเดียว สมาชิกเผ่าฉางที่กำลังฝึกค่ายกลอยู่ ทยอยกันหยิบศาสตราเทวะออกมาแล้วตั้งกระบวนทัพอย่างจริงจัง
พลทหารเผ่าฉางจำนวนร้อยนาย เหาะไปคนละทิศเพื่อรับหน้าที่ถ่ายทอดคำสั่งให้กองทัพ สมาชิกเผ่าฉางเข้าสู่สภาพเตรียมพร้อมรบมากขึ้นเรื่อยๆ อัจฉริยะเผ่าฉางที่ปิดด่านฝึกวิชาเหล่านั้นก็ทยอยกันเลิกกักตนเช่นเดียวกัน
ท่านเทพจื่อหวนถามเสียงเบา “ท่านพ่อ ศัตรูมีจำนวนเท่าไรหรือ?”
ฉางเยวี่ยเฉียนจับจ้องห้วงมิติสีดำทมิฬเขม็งแล้วตอบว่า “ไม่แน่ใจ”
สามคำนี้ทำให้หัวใจของท่านเทพจื่อหวนจมดิ่งสู่ก้นเหว บิดาของนางเป็นผู้แข็งแกร่งระดับใด หากแม้แต่เขายังมองสถานะของศัตรูไม่ออก อีกฝ่ายต้องอยู่ไกลจากโลกคุนหลุนมากเพียงใดกัน? อยู่ไกลถึงขนาดนั้นแท้ๆ แต่กลับทำให้นางอกสั่นขวัญแขวน…
ไม่ใช่แค่ท่