ห่างจากทิวเขาจิ๋วหลิงเพียงหนึ่งร้อยลี้ มีภูเขาลูกหนึ่งตั้งตระหง่าน บนยอดเขานั้นมีตำหนักสร้างอยู่ เจ้าของตำหนักคือปีศาจเฒ่าตนหนึ่ง
แต่ในตอนนี้ ตำหนักได้ถูกเติงเทียน ‘ยืม’ ไปแล้ว เพื่อใช้ในการจัดงานเลี้ยงต้อนรับลู่เยี่ยและคณะ
ปีศาจเฒ่าตนนันไม่เพียงไม่โกรธเคือง แต่ยังรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง จัดเตรียมงานเลี้ยงด้วยตนเองและจัดให้สาวใช้ที่งดงามคอยรินชา
“มา! ข้าขอคารวะท่านใต้เท้าลู่หนึ่งจอก!”
ในงานเลี้ยง เติงเทียนได้แปลงกายเป็นชายหนุ่มรูปงามสง่าราวหยก ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ชูจอกสุราให้ลู่เยี่ย
ลู่เยี่ยยิ้มรับและดื่มตอบ
ไม่เพียงแต่เติงเทียนเท่านั้น วัวไฟก็ได้แปลงกายเป็นชายหนุ่มอาภรณ์สีเงินที่มีเส้นผมยาวสีแดงเพลิงเต็มศีรษะ
หมีแปลงกายเป็นชายร่างใหญ่กำยำผิวคล้ำราวเหล็กกล้า
ที่น่าตะลึงที่สุดคือเพียงพอนสีม่วง นางแปลงกายเป็นหญิงสาวชุดสีม่วงที่ทั้งสวยงามและมีชีวิตชีวา ผิวขาวยิ่งกว่าหิมะ ดวงตาและคิ้วโค้งได้งาม
หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว ทุกคนก็ได้รู้จักกันว่า หมีชื่อว่า ‘จิ๋วคุน’ วัวไฟชื่อว่า ‘ฮั่วเปยเฟิง’ เพียงพอนสีม่วงชื่อ ‘อาชื่อ’
“บัดซบ! ทำไมพวกเจ้าไม่แปลงกายเป็นมนุษย์ตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้กลับเผยโฉมนี้ออกมา?”
อีกาหัวขาวบ่นอุบอิบ ในที่แห่งนี้มีเพียงมันเท่านั้นที่ยังไม่ได้แปลงกาย
เติงเทียนหัวเราะ “ข้าเห็นพี่อาจูชอบคงรูปลักษณ์เดิมไว้ ข้าก็ต้องร่วมมือด้วยสักหน่อย”
จิ๋วคุน ฮั่วเปยเฟิง และอาชื่