ื่องราวในอดีตที่น่าอับอายอีกเรื่องหนึ่ง
ในปีที่สองหลังจากที่เข้าสู่สนามรบนอกอาณาเขต ลู่เยี่ยได้รับบาดเจ็บสาหัสในสนามรบ คิดว่าตนเองคงต้องตายแน่ มีคนถามเขาว่ามีคำสั่งเสียอะไรหรือไม่ เขาโพล่งออกมาว่า “น่าเสียดายที่ไม่อาจได้จักรพรรดินีมาเป็นภรรยา!”
สุดท้ายเขากลับไม่ตาย และเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องขบขันที่ทุกคนต่างรู้กัน ไม่ว่าใครก็ตามเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ก็จะชูนิ้วหัวแม่มือชื่นชมลู่เยี่ย ว่าสมแล้วที่เป็นชายฉกรรจ์ที่กล้าหาญที่สุดในสนามรบนอกอาณาเขต!
และก่อนที่จักรพรรดินีหลิงอวี่จะสิ้นชีพในสนามรบ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ก็มีความหมายเชิงหยอกล้อและให้กำลังใจอยู่แล้ว แต่ลู่เยี่ยกลับคิดว่าเป็นเรื่องจริง
เพราะในเวลานั้นจักรพรรดินีหลิงอวี่ยังได้แกล้งเย้าแหย่ลู่เยี่ย ถามว่าลู่เยี่ยกลัวแล้วหรือไม่ ไม่กล้าบังอาจคิดล่วงเกินตัวเองกระนั้นหรือ?
ลู่เยี่ยจะมีทางกลัวได้อย่างไร เขาตอบกลับไปทันทีว่า “ข้ายอมเสี่ยงเอาชีวิตเข้าแลก ก็กล้าที่จะสมรสกับจักรพรรดินีกลับบ้าน!”
ตอนนี้เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้ ลู่เยี่ยก็รู้สึกใจลอยไปบ้าง พี่สาวหลิงอวี่ได้ทิ้งแก่นแท้แห่งชีวิตเอาไว้จริงๆ หรือ? หากเป็นเช่นนั้น ในอนาคตตนเองคงมีโอกาสได้พบกับนางอีกครั้ง
หลังจากผ่านไปนาน ลู่เยี่ยรวบรวมความคิดและเก็บหยกสีดำที่ตกค้างอยู่บนพื้นขึ้นมา
นี่คือแกนวิญญาณสายฟ้าพิฆาตที่ราชาอินทรีวิญญาณกระดูกขาวทิ้งไว้ ซึ่งมันมีค่ามากกว่าไข่มุกพิฆาตสายฟ้าเสี