ถูกทำลายไปแล้ว
ฮวาเทียนเฟิ่งอดไมไหวจึงถามว่า “สรุปท่านเป็นผู้ฝึกดาบ หรือว่าเป็นผู้ฝึกกระบี่กันแน่?”
ลูเยี่ยหัวเราะและตอบว่า “หากท่านชนะได้ ข้าจะบอกท่านเอง”
ฮวาเทียนเฟิ่งพยักหน้า “ได้!”
ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันบนหน้าผา ห่างกันสิบจั้ง ชั้นเมฆลอยอยู่กลางอากาศอย่างสวยงามนั้น ทันใดนั้นก็แตกสลายหายไปอย่างไร้เสียง
และฮวาเทียนเฟิ่งค่อยๆ ยกดาบยาวในมือขึ้น
ปัง!
ห้วงอากาศก็แตกออกราวกับผืนผ้าที่ฉีกขาด เผยให้เห็นรอยแยกขนาดมหึมา
ภาพนรก กองศพ และทะเลเลือดก็ปรากฏขึ้น ย้อมทั่วทุกสารทิศให้เป็นสีแดง
นี่คือพลังอาถรรพ์ที่แปรสภาพมาจากกลิ่นอายสังหารบนตัวฮวาเทียนเฟิ่ง!
พลังสังหารที่ทั้งเฉียบขาดและไร้เทียมทาน ได้แผ่ซ่านออกมาจากตัวของฮวาเทียนเฟิ่ง ตรึงเป้าหมายไปที่ลูเยี่ยอย่างแน่นหนา
แรงกดดันนั้นทำให้ลูเยี่ยอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคนคนหนึ่ง…
ผู้อาวุโสใหญ่นอกสำนักเซี่ยงชิงโจวแห่งสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ ในคืนที่ถูกลอบสังหารนั้น
เชี่ยงชิงโจวผู้อยู่ในขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ขั้นปลาย ได้บดขยี้ลูเยี่ยอย่างสิ้นเชิง!
และในตอนนี้ ขอบเขตแกนทองคำขั้นปลายผู้ฝึกดาบอย่างฮวาเทียนเฟิ่ง กลับมีพลังอำนาจเทียบเท่ากับเชี่ยงชิงโจว ช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน!
บุตรศักดิ์สิทธิ์เนี่ยเหวินชวนแห่งสำนักเต๋าหลิงซู และเชี่ยงเจียนซงแห่งราชวงศ์เซี่ยง ไม่สามารถเทียบกับฮวาเทียนเฟิ่งได้เลย
ลูเยี่ยรู้สึกแสบร้อนที่ผิวหนังเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาของเขาลุกโชนแ