กคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ
เมื่อลูเยี่ยและคณะมาถึง ก็มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งรออยู่ที่ด้านนอกหุบเขาอยู่แล้ว
“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉือเซียว คราวนี้เป็นเจ้านำทีมอีกแล้วสินะ!”
ในกลุ่มคนเหล่านั้น มีชายวัยกลางคนเคราแพะในชุดนักพรตเดินออกมา หัวเราะพลางทักทายฉือเซียว
“โอ้ ที่แท้ก็เจ้าผู้พ่ายแพ้ใต้น้ำมือขานี่เอง สำนักเต๋าหลิงซูไม่มีคนแล้วหรือไร?”
ฉือเซียวมีสีหน้าเย็นชา เย้ยหยันอย่างไม่เกรงใจแต่อย่างใด
ในชั่วขณะนั้น สองกลุ่มคนจากสำนักกระบี่เก้าสวรรค์และสำนักเต๋าหลิงซู ต่างจ้องมองประเมินซึ่งกันและกัน
“ชายผู้นั้นคือ ‘เนี่ยเหวินชวน’ บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเต๋าหลิงซู ว่ากันว่าพื้นฐานของเขาลึกล้ำเกินหยั่งถึง เป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากบนเส้นทางแห่งการฝึกฝน”
“แม้เขาจะเก่งกาจเพียงใด ก็ยังด้อยกว่าศิษย์น้องชิงหลีอยู่หนึ่งส่วน”
“จริงด้วย!”
ศิษย์ของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ต่างพูดคุยกัน เกือบทั้งหมดมองไปที่คนคนเดียว นั่นคือเนี่ยเหวินชวน
บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเต๋าหลิงซู ชายหนุ่มในชุดนักพรตที่ดูอ่อนเยาว์
เขามีดวงตาและคิ้วที่สงบนิ่ง แววตาเปี่ยมด้วยพลัง รูปร่างสง่างามตรงตระหง่าน
เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนเหมือนนกกระเรียนที่โดดเด่นท่ามกลางฝูงไก่
แม้แต่บรรดาศิษย์จากสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ก็ยังต้องยอมรับว่า เนี่ยเหวินชวนเป็นผู้แข็งแกร่งที่พวกเขาไม่อาจมองข้าม ไม่มีใครกล้าที่จะดูแคลน
มีเพียงลิ่วชิวอวี่ที่หัวเราะเย็นชาออกมา
“ก็แค่ระดับ