เหมือนครั้งก่อน…
“ในเมื่อขอบเขตตำหนักวิญญาณของข้าแตกต่างจากคนอื่น
และครั้งนี้ก็เป็นการทะลวงคอขวดครั้งแรกในขอบเขตตำหนักวิญญาณ ตามการแบ่งระดับขั้นของพลังบำเพ็ญ
ก็ถือว่าข้าก้าวเข้าสู่ขั้นใหม่ทั้งหมดแล้ว!”
“บางทีอาจเรียกได้ว่าเป็น ขอบเขตตำหนักวิญญาณขั้นกลางกระมัง” ลูเยี่ยครุ่นคิด
ไม่ว่าจะอยู่ในขั้นใด แต่การที่เกิดการแปรเปลี่ยนเป็นแสงลึกลับสีครามนั้น
ก็หมายความว่าการฝึกฝนขอบเขตตำหนักวิญญาณของเขา ได้ก้าวเดินบนเส้นทางที่ไม่เคยมีใครก้าวเดินมาก่อน
ลูเยี่ยไม่แน่ใจว่ายังมีผู้ใดในโลกนี้ที่สามารถทำได้ถึงขั้นนี้หรือไม่
แต่อย่างน้อยที่สุด แม้แต่ในโลกเบื้องบนแห่งดินแดนหลิงชาง คงไม่มีใครทำได้แน่!
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า หลังจากผ่านการทดสอบและคัดเลือกหลายครั้ง
สำนักกระบี่เก้าสวรรค์ได้คัดเลือกกลุ่มคนที่จะเดินทางไปแสวงหาโชคลาภในเขตหวงห้ามลึกลับที่สี่แล้ว
ชื่อของลูเยี่ยก็อยู่ในรายชื่อนั้น
เมื่อเวลาออกเดินทางใกล้เข้ามา บรรพชนหลินชวนกลับไม่ปรากฏตัวอีก ไม่ยอมออกจากที่พำนักเลย
“ตาเฒ่าหลินชวนนั่น อดทนได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
ณ เรือนเมฆาเขียว ลูเยี่ยที่ไม่ได้ออกไปไหนเช่นเดียวกันในช่วงเวลานี้ ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตั้งแต่เหตุการณ์ลอบสังหารของเซี่ยงชิงโจวก็ผ่านไปกว่ายี่สิบวันแล้ว
ลูเยี่ยเดิมคิดว่าตนเองได้ ‘แหวกหญ้าให้งูตื่น’ ไปแล้ว บรรพชนหลินชวนก็น่าจะทำอะไรบางอย่าง
แต่ไม่คาดคิดว่ากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
แต่ภัยค