ดวงตาของเวินซิวเจวียเย็นชาราวกับสายฟ้า ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยสังหารอันเฉียบคม
วานกุยหยวนใบหน้าเขียวคล้ำ เอ่ยเสียงทุ่มต่ำว่า
“ศิษย์น้องเวิน เจ้ากับข้าต่อสู้กันมาหลายร้อยปี เจ้าควรจะรู้ว่าวานกุยหยวนเป็นคนเช่นไร?
ข้าจะบงการคนให้ทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร?”
เวินซิวเจวียมีความโกรธแค้นเต็มอกอย่างไม่รู้จะระบายที่ไหน แต่นางก็เข้าใจดีว่าในสถานการณ์ที่ไม่มีหลักฐานอะไร
ไม่อาจลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าได้
“เรื่องนี้ข้าจะสืบสาวให้ถึงที่สุด ไม่ว่าใครจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ข้าจะต้องลงดาบไม่ละเว้น!”
เวินซิวเจวียกวาดตามองพวกผู้อาวุโสที่อยู่ในที่นั้น “ออกไปกันได้แล้ว!”
ทุกคนต่างก็เห็นว่าเจ้าสำนักที่ปกติก็อารมณ์ร้ายอยู่แล้วยิ่งกำลังโกรธจัดในตอนนี้
พวกเขาจึงรู้กาลเทศะ เลือกที่จะจากไปกันทั้งหมด
มีเพียงผู้อาวุโสใหญ่เท่านั้นที่ไม่ได้ไป เขาจ้องมองไปที่ลูเยี่ยผู้บาดเจ็บสาหัสแล้วกล่าวว่า
“ไม่ว่าเจ้าจะคิดอย่างไร ข้าขอบอกเจ้าไว้ตอนนี้เลย เพื่อสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ ข้าจะไม่ทำร้ายคนรุ่นหลังอย่างเจ้าแน่นอน!”
ลูเยี่ยกล่าว “แล้วเรื่องของผู้อาวุโสหลิวแห่งตำหนักคัมภีร์หลักนั้นจะอธิบายอย่างไร?”
ในตอนนั้น ผู้อาวุโสหลิวจงใจชักนำให้เขาฝึกฝนเคล็ดวิชามหาดารา โดยมีผู้อาวุโสใหญ่บงการอยู่เบื้องหลัง
ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวอย่างสงบนิ่ง
“หากข้าบอกว่านั่นเป็นเพียงการทดสอบจิตใจของเจ้า ข้าเกรงว่าเจ้าคงไม่เชื่อ
หนี้บัญชีนี้เจ้าสามารถคิดบัญชีกับข้า