นห้อง แล้วเริ่มรักษาบาดแผลให้ลูเยี่ยด้วยตนเอง
เมื่อถอดอาภรณ์ที่เปื้อนเลือดออก บนร่างของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยบาดแผลฉีกขาด เนื้อหนังแตกสลาย ดูแล้วช่างน่าตกใจ
แต่เวินซิวเจวียไม่รังเกียจแต่อย่างใด นางหยิบยารักษาแผลออกมา และทายาให้ลูเยี่ยด้วยตัวเอง
ด้วยระยะที่ใกล้เช่นนี้ ทำให้ลูเยี่ยมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ผิวของเจ้าสำนักที่ดูคล้ายสาวน้อยผู้นี้ช่างละเอียดขาวผุดผ่องเพียงใด
กลิ่นกายคล้ายกลิ่นกล้วยไม้และชะมดเจือลอยอยู่รอบจมูกอย่างเลือนราง
เวินซิวเจวียพลันกวาดตามองลูเยี่ยแวบหนึ่ง
“เจ้าหนุ่มน้อย ดวงตาของเจ้าสำรวมหน่อยจะได้หรือไม่ ถ้ายังจ้องข้าไม่ปล่อยอีก ข้าจะควักลูกตาเจ้าออกมา!”
เขากล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
“เขากันว่าชายหญิงไม่ควรแตะเนื้อต้องตัวกัน แต่ท่านเจ้าสำนักก็ยังลูบคลำตัวข้าไม่ใช่หรือ? ส่วนข้าเพียงแค่มองดูเท่านั้น……”
เวินซิวเจวียตบท้ายทอยลูเยี่ยอย่างหงุดหงิด “เจ้ายังคิดจะลูบคลำตัวข้าคืนอีกหรือ!”
พูดออกไปแล้วก็รู้สึกไม่เหมาะสมทันที ใบหน้างดงามเปี่ยมเสน่ห์ของนางร้อนผ่าว ดวงตาหงส์สวยงามฉายแววโกรธเคืองเล็กน้อย
เจาลูกกระต่ายน้อยนี้ กล้าหยอกล้อนางเสียแล้ว ช่างกำเริบเสิบสานมากขึ้นทุกที
หากไม่ใช่เพราะเห็นว่าเขาบาดเจ็บสาหัส คงต้องให้เขาได้เห็นฤทธิ์ของนางเสียหน่อย!
เวินซิวเจวียโยนขวดยาใส่ลูเยี่ยอย่างแรง “เจ้าทายาเอาเองเถอะ!”
“ท่านเจ้าสำนักโปรดรอก่อน!” ลูเยี่ยรีบส่งเสียงกระแสจิตบอกว่า
“คนผู้นั้นย