กปวดหัวอย่างหนักอดไม่ได้ที่จะนวดขมับของตัวเอง
ตกลงว่าจะเก็บตัวเงียบๆ สักพักหนึ่งแต่เหตุใดเพิ่งผ่านไปแค่ครึ่งเดือนก็สร้างความวุ่นวายใหญ่โตเช่นนี้อีกแล้ว
“การมีศิษย์ที่เก่งเกินไปก็ไม่ดีเหมือนกันต้องคอยระวังไม่ให้ถูกคนจับตามองทุกวัน”
เวินชิวเจวี่ยถอนหายใจเบาๆ แล้วออกคำสั่งให้ปิดกั้นข่าวนี้ไว้
“น่าเสียดายที่ลูเยี่ยไม่ได้เป็นศิษย์ของข้า”
ผู้อาวุโสใหญ่ว่านกุยหยวนถอนหายใจยาวเจ้าสำนักได้รับฉินชิงหลีเป็นศิษย์สายตรงแล้วส่วนลูเยี่ยก็เป็นผู้ที่เจ้าสำนักรับเข้าสำนักด้วยตัวเองย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะมาเป็นศิษย์ของเขา
ต้องยอมรับว่าแม้แต่ว่านกุยหยวนก็อดที่จะอิจฉาในโชคลาภของเจ้าสำนักไม่ได้แล้วหลังจากนั้นว่านกุยหยวนก็ขมวดคิ้วอย่างเงียบๆ นึกถึงเรื่องที่คิดเท่าใดก็ไม่เข้าใจเรื่องนั้นเหตุใดบรรพชนหลินชวนถึงได้ยืนกรานมอบกล่องดาบเจ็ดชุนให้แก่ลูเยี่ย?
ยามค่ำคืนลูเยี่ยกำลังพลิกอ่านเคล็ดวิชาลับสามแขนงที่ยืมมาจากตำหนักคัมภีร์หลัก
‘เคล็ดวิชาดาบเผาผลาญสุริยัน’ ‘คัมภีร์หมัดเจ็ดสังหาร’ และ ‘เคล็ดวิชาดรรชนีโรยรา’
พวกมันไม่ได้นับว่าเป็นเคล็ดวิชาที่ร้ายกาจอะไรแต่เป็นวิชาการต่อสู้ที่มีเฉพาะในสำนักกระบี่เกาสวรรค์เท่านั้นเป็นประเภทที่คนนอกเห็นแล้วสามารถจดจำได้ทันทีอย่างไรก็ตามในฐานะศิษย์ของสำนักกระบี่เกาสวรรค์เวลาต่อสู้เพื่อสังหารศัตรูจำเป็นต้องใช้วิชาประจำสำนักเท่านั้นจึงจะสามารถแสดงให้เห็นถึงเกียรติของสำนักได้ดียิ่งขึ้น