้า
ผู้อาวุโสหลิวไม่ได้พยายามเกลี้ยกล่อมอีกต่อไป สะบัดแขนเสื้อเปิดค่ายกลควบคุมและส่งแผ่นหยกให้ลูเยี่ย“เจ้าสามารถทำจิตให้สงบแล้วศึกษาอย่างตั้งใจในที่แห่งนี้ได้”กล่าวจบผู้อาวุโสหลิวก็หมุนตัวจากไป
ตอนนี้ที่ชั้นบนสุดของตำหนักเหลือเพียงลูเยี่ยเพียงลำพัง ลูเยี่ยกำแผ่นหยกไว้ในมือ ดวงตาของเขามองไปยังผนังด้านหลังโต๊ะหยก มีม้วนภาพเหมือนบุคคลแขวนอยู่บนนั้น
นั่นคือภาพวาดของชายร่างผอมคนหนึ่งยืนอยู่บนหน้าผาเพียงลำพัง แบกฝักดาบ ดวงตามองไปยังทะเลเมฆ ชายผู้นั้นสวมหมวกและชุดคลุมอย่างสง่างาม หนวดเคราพลิ้วไหว ดูองอาจไม่ธรรมดา‘ท่านผู้นี้คงจะเป็นบรรพจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ หวงเสวียนตู กระมัง’
ลูเยี่ยคิดในใจ หวงเสวียนตูได้ออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังดินแดนต่างๆ ในโลกมนุษย์ตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว ราวกับเป็นเมฆอิสระและนกยูงป่า จนกระทั่งเวลาต่อมา หวงเสวียนตูได้ส่งจดหมายกลับมายังสำนัก บอกว่าได้เดินทางไปฝึกฝนที่ดินแดนหลิงชาง ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย
‘หากในอนาคตได้เดินทางไปฝึกฝนที่ดินแดนหลิงชาง ข้าจะลองดูว่าจะมีวาสนาได้พบกับเขาหรือไม่ คิดว่าคงเป็นเรื่องที่น่าประทับใจอยู่ไม่น้อย’
ลูเยี่ยยิ้มเล็กน้อย ไม่คิดอะไรมากอีกต่อไป นั่งขัดสมาธิแล้วหยิบแผ่นหยกออกมา เพียงไม่นานหลังจากนั้น ลูเยี่ยก็ขมวดคิ้ว เป็นจริงดังคาด เคล็ดวิชามหาดารานี้ไม่ครบสมบูรณ์ ความลึกลับแก่นแท้หลายอย่างได้สูญหายไปแล้ว
ลูเยี่ยเคยได้