เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้หรือ?”
เวินชิวเจวี่ยพยักหน้า “ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ และสาเหตุบางทีอาจมีเพียงเขาและผู้อาวุโสใหญ่เท่านั้นที่รู้”
ลูเยี่ยไม่อยากเสียเวลาคาดเดาเรื่องพวกนี้จึงกล่าวว่า “แต่ถึงแม้บรรพชนหลินชวนจะยืนอยู่ฝั่งผู้อาวุโสใหญ่มานานแล้ว แต่เหตุใดจึงต้องมอบกล่องดาบเจ็ดชุนให้แก่ข้าด้วยเล่า?” เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกจับตามอง!
“ข้าก็รู้สึกแปลกเช่นกัน” เวินชิวเจวี่ยขมวดคิ้ว “ตอนนั้นที่เขามอบกล่องดาบให้เจ้า ข้าและเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ที่นั่นต่างรู้สึกตกใจและรู้สึกว่ามันผิดปกติมาก พวกเราคิดว่าเขาชื่นชมเจ้าอย่างจริงใจ…”
ลูเยี่ยนวดขมับตัวเอง จับตามองไม่ใช่เรื่องที่สบายใจเลย! ลูเยี่ยถาม “เจ้าสำนัก ตามที่ท่านรู้มา บรรพชนหลินชวนเพิ่งประสบปัญหาที่ยากจะจัดการเมื่อไม่นานมานี้หรือไม่? จุดยืนของคนคนหนึ่งไม่สามารถเปลี่ยนไปได้ง่ายๆ”
เวินชิวเจวี่ยกล่าว “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บรรพชนหลินชวนปิดด่านฝึกฝนอยู่ตลอด ไม่ออกมาปรากฏตัวในโลกภายนอก แล้วจะเจอเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงได้อย่างไรกัน”
ลูเยี่ยตบเข่าดังปัง “จะต้องเกิดปัญหาในการฝึกฝนแน่ๆ! และปัญหานั้นก็ร้ายแรงมาก เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง!”
ใจของเวินชิวเจวี่ยรู้สึกสั่นสะท้าน นางพลันตื่นรู้ขึ้นมาทันที ดวงตาหงส์ที่งดงามก็หรี่ลงอย่างไม่รู้ตัว ตองเป็นสาเหตุที่ลูเยี่ยคาดเดาอย่างแน่นอน! ทันใดนั้นนางก็เหลือบมองไปที่ลูเยี่ยด้วยความประหลาดใจ เด็