การทดสอบเข้าสำนักด่านที่สอง เน้นทดสอบด้านการตระหนักรู้
บรรพจารย์ผู้ก่อตั้งของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ได้ทิ้ง ‘ภาพวิถีดาบร้อยประการ’ ไว้
ภายในบรรจุไว้ซึ่งเจตจำนงดาบกว่าร้อยชนิด
ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป ผู้ใดสามารถรับรู้ถึงจำนวนเจตจำนงดาบได้มากเท่าใด ก็ยิ่งแสดงว่ามีการตระหนักรู้สูงมากเท่านั้น
ตรงหน้าแท่นทดสอบ ภาพวิถีดาบร้อยประการค่อย ๆ คลี่ออกตรงหน้าลู่เยี่ย
ในภาพวาดนั้นเป็นขุนเขาซ้อนเรียงกันเป็นชั้น ๆ เมฆหมอกปกคลุม ดูแล้วไม่ปรากฏเจตจำนงดาบเลยแม้แต่น้อย
เพียงใช้จิตเทวะรับรู้เท่านั้น ถึงจะสามารถเข้าใจความหมายของภาพภูเขา และสายน้ำนั้นได้
“พวกเจ้าว่า คราวนี้ลู่เยี่ยจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้อีกหรือไม่?”
“กระดูกรากฐานน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนั้น การตระหนักรู้ย่อมไม่มีทางต่ำอย่างแน่นอน”
ผู้คนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันไปมา
พวกปีศาจเฒ่าก็กำลังครุ่นคิดเช่นกัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ที่สามารถตระหนักรู้เจตจำนงดาบได้มากที่สุดจาก ‘ภาพวิถีดาบร้อยประการ’ คือ ‘อาจารย์ปู่ฉีเหย่’ ซึ่งเป็นท่านอาจารย์ของเจ้าสำนัก โดยสามารถตระหนักรู้ถึงเจตจำนงดาบได้ถึงแปดสิบเก้าชนิด
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉินชิงหลีก็สามารถตระหนักรู้เจตจำนงดาบได้ถึงแปดสิบเก้าชนิดเช่นกัน เทียบเท่ากับอาจารย์ปู่ฉีเหย่
ด้วยเหตุนี้เอง ฉินชิงหลีเมื่อเพิ่งเข้าสำนักได้ไม่นาน จึงได้รับการยกเว้นพิเศษจากเจ้าสำนักให้เป็นศิษย์สายตรง
แล้วลู่เยี่ยเล่า? เขาจะสามาร