แต่คนผู้นี้ ข้าไม่สามารถมอบให้ท่านพาไปได้”
“เจ้าปฏิเสธข้าอย่างนั้นหรือ? เด็กหนุ่ม ข้าขอแนะนำให้เจ้าลองพิจารณาดูอีกครั้งจะดีกว่า!”
ไต้ซงขมวดคิ้ว ทันใดนั้นแรงกดดันที่มองไม่เห็นก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาทันที
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่แห่งต้าเฉียน สำนักเต๋าหลิงซูนั้นอยู่เหนือโลกมนุษย์ ประดุจดังร่างยักษ์ใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เหนือโลก สูงส่งเหนือสิ่งใด โดยธรรมชาติแล้ว ในฐานะผู้อาวุโสนอกสำนักของสำนักเต๋าหลิงซู ไต้ซงจึงมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
ลูเยี่ยกล่าวอย่างใจเย็น
“หลายปีก่อน พานอิ่งชิวได้ถอนตัวออกจากสำนักเต๋าหลิงซูแล้ว และได้แต่งเข้ามาในตระกูลลู่ของข้าในฐานะบุตรสาวของตระกูลพาน”
“กล่าวอีกนัยหนึ่ง นางเป็นคนของตระกูลลู่ของข้ามานานแล้ว และไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับสำนักเต๋าหลิงซูของพวกท่านอีกต่อไป!”
กล่าวจบ ลูเยี่ยก็เงยหน้ามองไต้ซง
“ขากลับรู้สึกสงสัยว่า สำนักเต๋าหลิงซูมีสิทธิอันใดที่จะมาขอตัวคน?”
ก่อนที่ไต้ซงจะได้ตอบสนอง ลูเยี่ยก็กล่าวต่ออีกครั้งว่า
“หรือว่า ตระกูลพานได้ขอความช่วยเหลือจากพวกท่าน หวังที่จะอาศัยสำนักเต๋าหลิงซูมาบีบบังคับให้ตระกูลลู่ของข้าก้มหัว และส่งมอบตัวพานอิ่งชิวออกไป?”
“ไม่คิดว่าเจ้าจะฉลาดไม่เบา”
ไต้ซงมองลูเยี่ยอย่างเหยียดหยาม
“ในเมื่อเจ้าเดาได้แล้ว ข้าจะถามเจ้าว่า เจ้าจะส่งตัวคนมาหรือไม่?”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชา ก้องกังวานไปทั่วห้องโถง แรงกดดันที่มองไม่เห็