นี้ เมื่อตระกูลลู่กำลังเผชิญภัยคุกคามจากสำนักเต๋าหลิงซู สองคนนี้กลับมาแล้ว! ลูเยี่ยจะไมรรู้ได้อย่างไรว่านี่หมายถึงอะไร?
“พวกเจ้ากลับมาพร้อมกับไต้ซงใช่หรือไม่ แล้วเหตุใดจึงแอบอยู่ข้างนอกไม่ยอมเข้ามา”
ลูเยี่ยมองไปทางลู่เถิงและลู่ชิง
แต่คนทั้งสองไม่สนใจเขา กลับทำความเคารพในฐานะศิษย์ต่อไต้ซงอย่างนอบน้อมแล้วกล่าวว่า
“ท่านผู้อาวุโสไต้ ไม่ทราบว่าท่านมีคำสั่งประการใด?”
การกระทำเช่นนี้ ทำให้สมาชิกตระกูลลู่หลายคนรู้สึกไม่พอใจ ลูเยี่ยหรี่ตาลง และนิ่งเงียบไม่พูดอะไร
ไต้ซงกล่าวอย่างเฉยเมย
“ท่านประมุขตระกูลน้อยแห่งตระกูลลู่ของพวกเจ้าไม่ยอมปล่อยคน ยังกล้ามาตะโกนถามข้าว่า ผลลัพธ์ของการล่วงเกินสำนักเต๋าหลิงซูเป็นเช่นไร”
“เรียกพวกเจ้ามา ก็เพื่อเริ่มให้พวกเจ้าได้บอกกับประมุขตระกูลน้อยผู้นั้นด้วยตนเองว่า อะไรคือผลลัพธ์ของการล่วงเกินสำนักเต๋าหลิงซู”
คำพูดเหล่านั้นก้องกังวานไปทั่วห้องโถงใหญ่ในคำพูดเรียกลูเยี่ยว่า ‘ประมุขตระกูลน้อย’ โดยตรง ไม่ปิดบังความดูแคลนและดูหมิ่นเลยแม้แต่น้อย
“ท่านผู้อาวุโสวางใจได้ ลูเยี่ยยังเยาว์วัย ไม่รู้เรื่องราวของโลก ข้าจะไปเกลี้ยกล่อมเขาเอง!”
ลู่เถิงรีบรับปากทันที
ส่วนลู่ชิงนั้นตรงไปตรงมากว่า นางหันไปมองลูเยี่ยแล้วกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า
“ลูเยี่ย ข้าไม่สนว่าเจ้ามาเป็นประมุขตระกูลได้อย่างไร ขามีแค่คำพูดเดียว รีบปล่อยพี่สาวพานอิ่งชิวเดี๋ยวนี้! แล้วก็ขอโทษท่านผู้อาวุโสไต้!”