สรรพสิ่งในฟ้าดินต่างเงียบงัน
แม้แต่เสียงลมก็หยุดนิ่ง
ราวกับว่าสรรพสิ่งในฟ้าดินทั้งหมดต่างถูกข่มขวัญโดยพลังลมปราณของชายชราในอาภรณ์บัณฑิตผู้นั้น
เขาเหลือบมองไปยังหญิงชรา น้ำเสียงอ่อนโยนและนุ่มนวล
“ท่านต้านทานไว้ไม่ได้หรอก”
หญิงชราเอ่ยอย่างช้า ๆ
“หากมีแค่ท่านผู้เดียว เกรงว่าจะยังไม่พอ”
“หากรวมข้าเข้าไปด้วยเล่า?”
ในความมืดมิดอันไกลโพ้น มิติกาลเวลาถูกฉีกขาดด้วยดอกบัวสีแดงเลือดที่กำลังเบ่งบาน
บนดอกบัวสีแดงเลือดนั้น มีเด็กหนุ่มอาภรณ์สีดำรูปงามสง่ายืนอยู่
ผิวของเขาขาวผ่องบริสุทธิ์ ใบหน้าหล่อเหลาเป็นอย่างยิ่ง มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งเท่านั้นที่เมื่อกวาดมองไป ประหนึ่งมีกระแสธารแห่งกาลเวลาอันหนักอึ้งกำลังไหลวนอยู่ ให้ความรู้สึกที่เก่าแก่จนไม่อาจบรรยายได้
หลังจากที่เขาปรากฏตัว สายฟ้าสีแดงฉานก็ไหลวนอยู่บนดอกบัวสีแดงเลือด เพียงแค่พลังลมปราณที่แผ่ออกมาก็ทำให้เขตหวงห้ามลึกลับอันกว้างใหญ่นี้สั่นสะเทือน
หนุ่มน้อยอาภรณ์สีดำผู้นี้ เป็นอีกหนึ่งผู้ที่มีพลังบำเพ็ญเต๋าล้ำลึกเกินหยั่งถึง ไม่ได้ด้อยไปกว่าชายชราในอาภรณ์บัณฑิตแต่อย่างใด!
เหล่าสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวจากทุกสารทิศ ต่างพากันสูดลมเย็นอย่างอดไม่ได้
ไฉนโอกาสที่จะเข้าสู่แดนปรโลกราตรีพิศวงจึงดึงดูดสิ่งมีชีวิตอันน่าพิศวงเช่นนี้มาได้?
แต่หญิงชราเพียงแค่มองชายหนุ่มอาภรณ์สีดำคนนั้นแวบเดียวแล้วส่ายหน้าพลางกล่าวว่า
“ยังไม่พอ”
“หากไม่ลองดู ก็พูดได้ไม่เต็มปาก