ว่าบุคคลลึกลับทั้งสี่นั้นมีพลังบำเพ็ญสูงส่งเพียงใด และแข็งแกร่งเพียงใด
อย่างไรก็ตาม เพียงแค่เห็นสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างไม่เคยมีมาก่อนของหญิงชรา ก็ทำให้ลู่เยี่ยตระหนักได้ว่าภัยพิบัติที่แท้จริงมาถึงแล้ว!
ความรู้สึกเร่งด่วนพลันทะลักเข้าสู่จิตใจของลู่เยี่ย
จนถึงตอนนี้ เขาได้เผาผลาญหินวิญญาณระดับสูงไปแล้วนับร้อยก้อน แต่ผังดาบเก่าคุมขังยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ!
เขาไม่สนใจสิ่งอื่นอีกต่อไป เอาหินวิญญาณระดับสูงทั้งหมดที่มีออกมาดูดซับทันที แทบอยากจะทำลายการกดทับของโซ่ตรวนสีดำให้ได้ในทันที
เหล่าเกาและเฒ่าจ่าวก็ตระหนักถึงความไมชอบมาพากลนี้ ในใจพลันรู้สึกกระวนกระวาย
ในตอนนี้ แท่นบูชาเต๋าใต้เท้ายังห่างจากหุบเหวลึกนั้นเพียงไม่ถึงสามจั้ง
แต่น่าเสียดายที่ระยะทางสามจั้งนี้ ช่างยากเหลือเกินที่จะไปถึงได้ในเวลาอันสั้น!
“ข้าเพียงหวังว่าผู้พิทักษ์สุสานนั้นจะยืนหยัดได้จนถึงตอนนั้น…”
เหล่าเกาพึมพำในใจ
“พวกท่าน โอกาสนี้จะหลุดมือไปอย่างรวดเร็ว ไม่สู้พวกเรามาร่วมมือกันลงมือกันเถิด?”
นอกเทือกเขาเฉียนเฟิง ชายหนุ่มอาภรณ์สีดำที่ยืนอยู่บนดอกบัวสีแดงเลือดเอ่ยปาก
“อย่าเพิ่งร้อนใจ ข้าขอดูก่อนว่าบริเวณนี้ซ่อนผู้ที่น่าเกรงขามไว้หรือไม่”
ชายชราในอาภรณ์บัณฑิตสะบัดแขนเสื้อกว้างออกไป พลังที่มองไม่เห็นถาโถมออกไปทั้งสี่ทิศ
ร่างนับไม่ถ้วนที่ห้อมล้อมรอบเทือกเขาเฉียนเฟิงต่างถูกซัดกระเด็นออกไป จนหายลับไปในความมืดมิดสุดลูกหูลูกต