ึงความรุนแรงของสถานการณ์แล้ว!”
ทุกคนมีจิตใจฮึกเหิมขึ้น ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นคาดหวังมากขึ้นไปอีก ส่วนประโยคที่นัวนัวพูดเมื่อครู่นั้น ไม่มีใครสนใจแม้แต่น้อย
“คราวนี้ หากพวกเราคว้าโอกาสได้ อาจจะสามารถปีนป่ายขึ้นไปบนกิ่งก้านสูงของตระกูลเวย ซึ่งเป็นตระกูลผู้พิทักษ์แผ่นดินได้!”
เทียนปอฉงเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหันว่า “รอให้ท่านใต้เท้าตระกูลเวยเดินทางมาถึง พวกเราจะไปตระกูลลูด้วยกัน!”
“เช่นนี้ดียิ่งนัก!” เหล่าใต้เท้าทั้งหลายรู้สึกกระหายใคร่จะลงมือ หากตระกูลลูล่มสลาย การฮุบเอาทรัพย์สินของตระกูลลูก็เท่ากับงานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มสำหรับพวกเขา!
“ท่านใต้เท้า! ไมดีแล้ว ท่านใต้เท้าแห่งตระกูลเวยสิ้นใจแล้ว!”
ทันใดนั้น ก็มีเสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัวดังมาแต่ไกล เทียนปอฉง เซวียไปซง และคนอื่น ๆ ต่างรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า
อะไรนะ? พวกเขาทุกคนต่างรออยู่ที่ประตูเมือง แล้วเหตุใดท่านใต้เท้าแห่งตระกูลเวยถึงได้สิ้นใจไปแล้ว?
ในวันนั้น การตายของเวยชางเจียและโมซิงโจวสองปรมาจารย์ยุทธ์แห่งโลกมนุษย์ก่อให้เกิดความตื่นตะลึงไปทั่วทั้งเมืองเทียนเหอ เสียงอื้ออึงดังขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ
“ในการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิที่เขาไปเยียน มีปรมาจารย์ยุทธ์แห่งโลกมนุษย์ตายไปสองคน แล้ววันนี้ในเมืองก็มีอีกสองคนที่ตาย! ตระกูลลูนี้ช่างน่าขนลุกเกินไปแล้วกระมัง?”
“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การตายของปรมาจารย์ยุทธ์แห่งโลกมนุษย์เพียงหนึ่งคนก็นับว่าเป็นเรื่องใ