เต็มด้วยความยินดีอย่างไมอาจซ่อนเร้นกระมัง? ลูเยี่ยอ่านต่อไป
ผิดคาด ที่แท้คิดว่าสาวน้อยคงอดกลั้นความรู้สึกไม่อยู่ แน่นอนว่าจะต้องเขียนเรื่องราวมากมายลงในจดหมาย แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น มีเพียงคำกำชับง่าย ๆ ไม่กี่ประโยค
‘เจ้าคนสารเลว เจ้าแค่ตั้งใจฝึกฝนก็พอ แม้จะเสียเวลาฝึกฝนไปสามปี ก็อย่าท้อแท้ไปเลย ต่อให้เจ้าอยากจะเกาะข้ากิน ตราบใดที่มีฉินชิงหลีผู้นี้ รับรองว่าเจ้าจะได้เกาะข้ากินไปตลอดชีวิต!’
‘อีกอย่างหนึ่ง หากเจ้าพบเจอปัญหาใด ๆ อย่าลังเลที่จะไปขอความช่วยเหลือจากบิดาของข้า อย่ากังวลที่จะรบกวน ในอนาคตเขาก็จะเป็นพ่อตาของเจ้า การช่วยเหลือเจ้าเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามสมควร! ข้ามั่นใจว่าบิดาของข้าไม่มีวันปฏิเสธเจ้าแน่นอน ใครใช้ให้เขารักข้าที่สุดเล่า?’
‘อ้อ อีกครึ่งปีข้างหน้า สนามรบโบราณแห่งวิญญาณมารจะเปิดขึ้น เจ้าต้องเข้าร่วมให้ได้นะ พวกเราสองคนจะได้พบกันแล้ว ข้าตั้งตารออยู่อย่างยิ่ง ฮ่า ๆ!’
เมื่ออ่านถึงตรงนี้ ลูเยี่ยชะงัก จบแล้วหรือ? จดหมายฉบับหนึ่ง เนื้อหาก็สิ้นสุดลงตรงนี้ ลูเยี่ยนอกจากจะรู้สึกประหลาดใจแล้ว ก็อดที่จะรู้สึกขำไม่ได้ ฉินชิงหลียังคิดว่าจะได้พบกับตนเองในสนามรบโบราณแห่งวิญญาณมาร ดูเหมือนว่านางยังไม่รู้เรื่องที่ตระกูลอวินแห่งเวยซานได้ส่งทูตมาแล้ว
“นี่คือ…” ลูเยี่ยกำลังเตรียมเก็บจดหมายฉบับนี้ แต่กลับพบว่าที่ท้ายจดหมาย มีรอยหยดน้ำตาที่แห้งไปนานแล้วเป็นจุด ๆ แทรกซึมอยู่ หากไม่สังเกตให