มีท่าทีร้อนใจ
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังขอบฟ้า เกิดเสียงดังโครม!
ลำแสงน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพุ่งลงมาจากท้องฟ้าและไปตกที่ปลายขอบฟ้า ตามมาด้วยลมกระโชกบ้าคลั่งที่ไมอาจจินตนาการได้โถมเข้ามา
เมืองจิงเฉิงที่ก่อนหน้ายังมีเสียงอึกทึกสนั่นฟ้า ถูกทำลายจนราบในพริบตาเดียว ยอดเขายุทธข้างใต้เท้าเจียงฉางเซิงกลายเป็นเถ้าธุลีไปทันใด
มีร่างคนเหินขึ้นมา ร่างแล้วร่างเล่า เจียงฉางเชิงมองเห็นว่าหนึ่งในนั้นก็คือ ท่านเหยียนที่เพิ่งเข้ามาสวามิภักดิ์กับเทียนจิ่งนั่นเอง
เจียงเทียนมิ่งไม่ได้ลงไปยังโลกเบื้องล่างมานานหลายสิบปีแล้ว และไม่เคยพบกับท่านเหยียนมาก่อน แล้วเหตุใดท่านเหยียนจึงมาปรากฏตัวในความฝันของเขาได้ หรือจะเป็นคำทำนายจริงๆ?
เพียงแต่ในคำทำนายของเขาไม่มีเจียงฉางเชิง เพราะเจียงฉางเชิงไม่ได้เป็นคนของโลกแห่งยุทธ์
เจียงฉางเชิงคิดอยู่เงียบๆ เฝ้าคอยความฝันครั้งต่อไป
สายฟ้าถักทอกันเป็นลำแสงขนาดใหญ่เหมือนต้นเสาแสงที่สุุดปลายขอบฟ้า เชื่อมต่อระหว่างฟ้าและดิน
มีร่างน่าสะพรึงกลัวร่างหนึ่งลงมาจากท้องฟ้า เป็นร่างที่สูงนับหมื่นจั้ง มีสองแขนประหนึ่งเทพเจ้าที่เสด็จลงจากสรวงสวรรค์ ผมยาวปลิวสยายตามลม
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เจียงฉางเชิงรู้สึกว่าร่างนี้คุ้นตายนัก คล้ายว่าเคยเห็นที่ใดสักแห่ง
เมฆดำเคลื่อนแยกออกจากกัน มีแสงสีทองสาดส่องลงมาหลายสาย เทพเซียนปรากฏกายอยู่เต็มท้องฟ้า แต่ละคนดูเก่งกาจทรงอำนาจ แต่เมื่อเทียบกับร่างลึกลับที่