ดูใบไม้ผลิครั้งนี้ เวยซุนได้เตรียมแผนการไว้หลายอย่างทีเดียว
เขาได้รวบรวมยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งในนามของตระกูลเวย เพื่อเข้าร่วมการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิ
รวมทั้งหมดมีสิบสามคน
เจียงเวยและเหยาฉินเป็นสองในจำนวนนั้น ทั้งคู่มีพลังบำเพ็ญขอบเขตตำหนักวิญญาณการหลอมรวมที่ห้า
นอกจากนี้เมื่อหลายวันก่อน เวยซุนได้มาที่เขาไป๋เยี่ยนพร้อมกับเจ้าเมืองเทียนปอฉง และได้ซ่อนแผนสำรองบางอย่างไว้ในภูเขาล่วงหน้าแล้ว
มีทั้งศาสตราอาคม มีวัตถุล้ำค่าสำหรับสังหารศัตรู มียันต์ลับที่มีประโยชน์หลากหลาย และอื่น ๆ อีกมากมาย
เช่น ยันต์อำพรางกายซ่อนกลิ่นอายที่เจียงเวยและเหยาฉินใช้ปิดบังพลังลมปราณ รวมถึงค่ายกลขนาดเล็กที่ติดตั้งไว้ที่ปากถ้ำ ล้วนเป็นฝีมือของเวยซุน
ลูเยี่ยไม่รู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้
ความจริงแล้วไม่เพียงแค่เวยซุนเท่านั้น พวกศัตรูจากตระกูลพาน ตระกูลหลี่ และตระกูลฟาง ก็ทำเช่นเดียวกัน
กฎการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิอะไรกัน ที่แท้ก็เพียงเป็นข้อจำกัดอาวุธสำหรับผู้อื่นเท่านั้น แต่กลับไม่มีประโยชน์อันใดต่อพวกเขาเลย
สิ่งที่ทำให้ลูเยี่ยรู้สึกแปลกใจก็คือ ในบรรดาสิบสามยอดฝีมือที่เวยซุนรวบรวมมาในครั้งนี้ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็มีเพียงแค่พลังบำเพ็ญขอบเขตตำหนักวิญญาณการหลอมรวมที่แปดเท่านั้น!
“เวยซุนผู้นี้ต้องเตรียมไพ่ใบสุดท้ายไว้แล้ว แน่นอนว่าต้องไม่ใช่แค่เท่านี้”
ลูเยี่ยมีลางสังหรณ์ว่า เวยซุนผู้เป็นทายาทตระกูลใหญ่ที่มีนิสัยโหดเหี้ยม