ยี่ยมองเยี่ยจ้านที่กำลังพูดเป็นน้ำไหลไฟดับ เมื่อนั้นแววตาของเขาก็เร่าร้อนขึ้นมา
ในภาวะคับขันยิ่งยวด แต่เจ้าหนุ่มนี่กลับสามารถพบกับโอกาสทองเช่นนี้ได้ เขามองเห็นบางสิ่งในตัวเยี่ยจ้านที่เปล่งประกายยิ่งกว่าในตัวของเยี่ยเสินคงเสียอีก
นั่นก็คือ โชคชะตาอันยิ่งใหญ่!
เยี่ยจ้านยิ่งพูดก็ยิ่งกระตือรือร้นมากขึ้น จนเกือบพลั้งปากพูดบางสิ่งไปเสียแล้ว แต่เคราะห์ดีที่ยั้งเอาไว้ทัน
เมื่อเห็นบรรพจารย์ยิ้มครึ่งไม่ยิ้มมองเขา เยี่ยจ้านจึงกระแอมหนหนึ่งแล้วกล่าวว่า
“สรุปก็คือ มรรคาจารย์แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อจริงๆ และเขายังเป็นบรรพจารย์แห่งเซียนทั้งปวง นำความผาสุกมาสู่สรรพชีวิต ในไม่ช้าก็เร็วนี้ เขาจะต้องโค่นล้มโลกเทพยุทธ์ที่หัวดื้อไร้เหตุผล และตั้งกฎแห่งสวรรค์ที่สรรพชีวิตเท่าเทียมกัน!”
เยี่ยจ้านได้รู้เรื่องหลักของมรรคาจารย์จากผู้ศรัทธาจำนวนนับไม่ถ้วนมานานแล้ว
คนที่เขารู้จักในมหาพิภพนิลเหลืองรวมกันยังไม่มากเท่าคนที่เขาได้รู้จักในมหาพิภพจิตจรเลย
เขาชมชอบมหาพิภพจิตจรมาก ผู้คนที่นั่นพูดจาไพเราะ ไม่มีสิ่งใดขวางกั้น สามารถสนทนากันได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ
“เช่นนั้น เจ้าต้องตั้งใจฝึกฝนให้ดี อย่าให้มรรคาจารย์ผิดหวัง แม้ว่าเผ่าฉางจะไมอาจเทียบกับเผ่าเยี่ยในอดีตได้ แต่ในเผ่าฉางก็มีอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นในช่วงหนึ่งแสนปีมานี้ไม่น้อย อย่างน้อยพวกเขาก็มีชื่อเสียงในดินแดนแสนกว้างใหญ่ ห้ามดูแคลนเด็ดขาด”
บรรพจารย์ขอ